(การ์ดคำสอน) สู่บทเรียนที่ยิ่งใหญ่กว่า

ในชีวิตคนเรา
บางคราวก็ต้องล้มบ้าง
บางคราวก็ต้องพลาดบ้าง
บางคราวก็ต้องแพ้บ้างในบางสนาม

เพราะการพลาดการแพ้ในบางครั้ง
จะให้บทเรียนที่ทรงคุณค่ายิ่งกว่า
ในแบบที่การเอาแต่ชนะเรื่อยไป
จะไม่สามารถหาโอกาสเรียนบทนี้ได้เลย
บทเรียนที่ทรงคุณค่านี้ก็เพียงแต่
ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยชัยชนะ
ที่คุณปรารถนาที่สุดในตอนนั้นแค่นั้นเอง

แต่สิ่งที่คุณได้รับกลับมานั้นคุ้มค่ายิ่งกว่า
คุณจะเป็นคนที่แข็งแกร่ง มีพื้นฐานแน่นยิ่งกว่าเดิม
ในการก้าวเข้าสู่สนามที่ยิ่งใหญ่กว่าหลังจากนี้

ฟังคลิปเสียง MP3 เสียงอ่านหนังสือ “ไม่ใช่กู”

ฟังคลิปเสียง MP3 ฟังเสียงอ่านหนังสือ ไม่ใช่กู

ฟังคลิปเสียง MP3 ฟังเสียงอ่านหนังสือ

ไม่ใช่กู

ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

ดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-1.mp3

ตอนที่ 2 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-2.mp3

ตอนที่ 3 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-3.mp3

ตอนที่ 4 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-4.mp3

ตอนที่ 5 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-5.mp3

ตอนที่ 6 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-6.mp3

ตอนที่ 7 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-7.mp3

ตอนที่ 8 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-8.mp3

ตอนที่ 9 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-9.mp3

ตอนที่ 10 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/lp-ian-notme-10.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม จาก หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก ได้ที่
http://www.santibunpot.com/
และ http://makkanuka.wordpress.com/

ฟังคลิปเสียง MP3 คอร์สปฏิบัติธรรม โตขึ้นหนูจะเป็นเบนซ์

ฟังคลิปเสียง MP3 คอร์สปฏิบัติธรรม โตขึ้นหนูจะเป็นเบนซ์

ฟังคลิปเสียง mp3 จากคอร์สปฏิบัติธรรม

โตขึ้นหนูจะเป็นเบนซ์

ธรรมบรรยายโดยท่าน อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-1.mp3

ตอนที่ 2 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-2.mp3

ตอนที่ 3 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-3.mp3

ตอนที่ 4 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-4.mp3

ตอนที่ 5 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-5.mp3

ตอนที่ 6 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-6.mp3

ตอนที่ 7 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-7.mp3

ตอนที่ 8 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-8.mp3

ตอนที่ 9 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-9.mp3

ตอนที่ 10 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-10.mp3

ตอนที่ 11 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-11.mp3

ตอนที่ 12 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-12.mp3

ตอนที่ 13 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-13.mp3

ตอนที่ 14 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-14.mp3

ตอนที่ 15 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-15.mp3

ตอนที่ 16 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-16.mp3

ตอนที่ 17 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-17.mp3

ตอนที่ 18 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-18.mp3

ตอนที่ 19 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/06/ajprasert-benz-19.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม ข้อคิดี ๆ จาก อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม เพิ่มเติมได้ที่
http://makkanuka.wordpress.com/

ฟังคลิปเสียง MP3 คอร์สปฏิบัติธรรม สัมมาสังกัปโป จุดเปลี่ยนสู่อธิปัญญา

ฟังคลิปเสียง MP3 คอร์สปฏิบัติธรรม สัมมาสังกัปโป จุดเปลี่ยนสู่อธิปัญญา

ฟังคลิปเสียง mp3 จากคอร์สปฏิบัติธรรม

สัมมาสังกัปโป จุดเปลี่ยนสู่อธิปัญญา

ธรรมบรรยายโดยท่าน อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-1.mp3

ตอนที่ 2 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-2.mp3

ตอนที่ 3 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-3.mp3

ตอนที่ 4 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-4.mp3

ตอนที่ 5 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-5.mp3

ตอนที่ 6 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-6.mp3

ตอนที่ 7 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-7.mp3

ตอนที่ 8 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-8.mp3

ตอนที่ 9 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-9.mp3

ตอนที่ 10 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-10.mp3

ตอนที่ 11 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-11.mp3

ตอนที่ 12 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-12.mp3

ตอนที่ 13 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-13.mp3

ตอนที่ 14 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-14.mp3

ตอนที่ 15 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-15.mp3

ตอนที่ 16 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-16.mp3

ตอนที่ 17 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-17.mp3

ตอนที่ 18 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/sankappa-18.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม ข้อคิดี ๆ จาก อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม เพิ่มเติมได้ที่
http://makkanuka.wordpress.com/

เล่าเรื่อง อันตรายจากการดื่มกาแฟ

20160229_101246-2
ถ้าจะดูว่ากินกาแฟมีผลเสียไหม
ให้ดูตอนที่ไม่ได้กิน อย่าดูตอนกิน
เพราะตอนกินไปแล้วมันไปกระตุ้นร่างกาย
ดูตอนนั้นเราจะเห็นแต่สิ่งดี ๆ
อะไร ๆ ก็ดีไปหมด ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า ฯลฯ
แต่สิ่งที่ไม่ดี
มันแสดงอาการตอนหลังจากนั้น
ตอนที่ไม่ได้กินนี่ล่ะ
ส่งผลยังไงกับร่างกายบ้าง
สิ่งที่เจอกับตัวเองนะคะ ไม่ต้องอาศัยงานวิจัยที่ไหนเลย
ตัวเราเองนี่แหละ งานวิจัยที่ดีที่สุด
เราว่าหลายคนที่ดื่มกาแฟ มีอาการคล้าย ๆ กับเรานี่เลย
ถ้าเราไม่เอาแต่หลอกตัวเองกันนะคะ
เราก็รู้ได้เองว่าอาการเหล่านี้คือความผิดปกติของร่างกาย
ช่วงที่กินกาแฟ ตัวแห้ง ผิวแห้ง คอแห้งผากบ่อย ๆ
ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
ดื่มน้ำไปก็ไม่เคยรู้สึกชุ่มชื่นร่างกาย ไม่เคยอิ่ม
พอไม่ได้กินกาแฟ จะง่วง ซึม เซื่อง
สมองเฉื่อยชา
ปวดหัว
พอกินไปนาน ๆ เข้า
กาแฟแบบธรรมดากินแล้วเอาไม่อยู่
ง่วงซึม เซื่อง สมองเฉื่อยชา ปวดหัว
ต้องเปลี่ยนมากินกาแฟแบบเข้มขึ้น
แล้วมันต้องกินบ่อยมากขึ้น
จากแค่วันละแก้ว เริ่มกลายเป็นวันละ 2-3 แก้ว
ไม่งั้นซึมเซื่องลงไป
นานวันอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเริ่มหนักข้อขึ้น
ที่สำคัญมันกลายเป็นว่าไม่กินไม่ได้
แทบจะต้องกินทุก 2-3 ชั่วโมง
ไม่งั้นปวดหัว สมองไปหมด ง่วง ซึม
เบลอไปเลย
ลองถามตัวเราเอง
คนร่างกายปกติที่ไหนหรอ นั่ง ๆ อยู่ดี ๆ
จะมีอาการมึน ซึม เซื่อง ปวดหัว สมองเฉื่อยชาลงไป
นี่คืออาการของคนที่กินกาแฟแล้วร่างกายแข็งแรงปกติดีงั้นหรือ ???
ถ้าเราไม่เอาแต่หลอกตัวเองกันนะคะ
เราก็รู้ได้เองว่าอาการเหล่านี้คือความผิดปกติของร่างกาย

——————-

เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราเลิกแล้วค่ะ
เรากลับมาดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่ดีกว่านั้นดีกว่า
ที่ได้ผลแน่นอนกว่า
ทำโยคะ
กินอาหารให้หลากหลาย มีประโยชน์
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินนอนตามเวลาของร่างกาย
ตอนเลิกกาแฟใหม่ ๆ อาการง่วง ซึม เซื่อง ปวดหัว หนักมาก
แต่พอเลิกนานไป อาการก็ค่อย ๆ หายค่ะ
สุภาพค่อย ๆ กลับมาฟื้นฟู
ไม่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ
ผิว เริ่มกลับมาชุ่มชื้น
อาการผิดปกติเริ่มหายไป
อาการเจ็บไข้ได้ป่วยหลายอย่างเริ่มหายไปเอง
ตอนนี้มาทำโยคะทุกวันแล้ว ร่างกายดีขึ้นมาก ๆๆๆ ค่ะ
ถ้าง่วงก็ลุกไปทำอย่างอื่น ล้างหน้า ออกไปเดิน ๆ สูดอากาศ
ล้างจาน ถูกบ้าน เช็ดโต๊ะ ทำอย่างอื่นที่ร่างกายโดนน้ำ
หรือออกไปวิ่ง ๆ ขี่จักรยาน เดี๋ยวก็หายง่วงค่ะ
ถ้าไม่ใช่อาการง่วงซึมเซื่องที่เกิดจากผลข้างเคียงของกาแฟล่ะก็
ปกติทำอะไรอย่างอื่นซักหน่อยก็หายง่วงแล้วค่ะ
ถึงมีคนชอบเอางานวิจัยมาโชว์ว่ากินกาแฟแล้วอายุยืนโน่นนี่นั่น
เราว่านะ ไม่ต้องอายุยืนด้วยการเสี่ยงกินกาแฟหรอกค่ะ
ในเมื่อผลเสียมันเห็นผลในปัจจุบันต่อหน้าต่อตาขนาดนี้แล้ว
ไม่ต้องเสี่ยงรออีก 50 ปีว่าจะอายุยืนไหมหรอก
ถ้าอยากอายุยืนจริง ๆ อายุยืนแบบสุขภาพดีด้วย

ไปทำอย่างอื่นดีกว่า

เรากลับมาดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่ดีกว่านั้นดีกว่า

วิธีที่ดีจริง ๆ และตัวเราเองแน่ใจได้ว่านี่คือการดูแลสุขภาพจริง ๆ

กินอาหารให้หลากหลาย มีประโยชน์

ออกกำลังกาย ทำโยคะ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินนอนตามเวลาของร่างกาย

นี่ต่างหากคือสิ่งที่เราต้องทำ

คอร์สปฏิบัติธรรม อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๒ (คลิปเสียง mp3)

คอร์สปฏิบัติธรรม อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๒ (คลิปเสียง mp3)

ฟังคลิปเสียง mp3 จากคอร์สปฏิบัติธรรม

ในคอร์สปฏิบัติธรรม “อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๒
ธรรมบรรยายโดยท่าน อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ท่านสามารถดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-1-2.mp3

ตอนที่ 2 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-2.mp3

ตอนที่ 3 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-3-2.mp3

ตอนที่ 4 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-4-2.mp3

ตอนที่ 5 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-5-2.mp3

ตอนที่ 6 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-6-2.mp3

ตอนที่ 7 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-7-2.mp3

ตอนที่ 8 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-8-2.mp3

ตอนที่ 9 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-9-2.mp3

ตอนที่ 10 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-10-2.mp3

ตอนที่ 11 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-11-2.mp3

ตอนที่ 12 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-12-2.mp3

ตอนที่ 13 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-13-2.mp3

ตอนที่ 14 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-14-2.mp3

ตอนที่ 15 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-15-2.mp3

ตอนที่ 16 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-16.mp3

ตอนที่ 17 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-17.mp3

ตอนที่ 18 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-18-2.mp3

ตอนที่ 19 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-19-2.mp3

ตอนที่ 20 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-20.mp3

ตอนที่ 21 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-21.mp3

ตอนที่ 22 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/02/jaipra-2nd-22.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม ข้อคิดจาก อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม เพิ่มเติมได้ที่
http://makkanuka.wordpress.com/

วิธีรักษาอาการต่าง ๆ ดูแลสุขภาพสมดุลองค์รวม จัดโครงสร้างร่างกายให้เข้าที่

คลิปวีดีโอที่เราจะแนะนำนี้เป็นเรื่อง การดูแลสุขภาพแบบสมดุลองค์รวม การจัดโครงสร้างร่างกาย การจัดกระดูกด้วยตัวเอง ให้ผลดีมาก ๆ ค่ะ จากเดิมเราปกติมีปัญหา ปวดหลัง ปวดเอว นั่งหลังตรงแทบไม่ได้ (คือปกติเกร็งแทบจะทั้งตัวเลยอ่ะ) เราทำท่าต่าง ๆ ที่คุณหมอสอนในคลิป เราทำก่อนนอนกับตอนตื่นนอน (แล้วก็ระหว่างวันนิดหน่อยที่เป็นท่ายืดเหยียด)

ตอนนี้เราสามารถกลับมานั่งหลังตรงได้แล้วค่ะ ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าหลังยืดตรงขึ้นเลยค่ะ หายใจคล่องขึ้นมาก โล่งขึ้นมาก แล้วพอตอนนี้สามารถนั่งหลังตรงได้จริง ๆ อาการปวดหลังก็ค่อย ๆ หายไป เป็นแบบที่คุณหมอบอกในคลิป มันเป็นการจัดกระดูกจัดโครงสร้างร่างกายให้เข้าที่ด้วยตัวเอง ดีมาก ๆ เลยค่ะ ที่สำคัญช่วยให้ การนั่งสมาธิดีขึ้นมากๆๆๆๆ

วิทยากรที่ให้ความรู้ในคลิปวีดีโอคือ นพ.วิเชียรชัย ผดุงเกียรติวงษ์

เนื้อหาในนี้จะมีเรื่องของ…
– แพทย์แผนไทย การแพทย์ผสมผสาน
– เรื่องอาการไม่สมดุล อาการปวดขา ฯลฯ
– เรื่องของโรคเครียด
– ท่านอนแบบต่าง ๆ ท่าทางการลุกจากที่นอน
– สภาวะของจิตใจที่มีผลต่อร่างกาย
– ท่ายืดเหยียด
– วิชามณีเวช (ท่างูเต่า)
– การจัดกระดูกด้วยตัวเอง การเรียงกระดูกด้วยตัวเอง
– การนั่งที่ถูกวิธี
– การหายใจ การยืดเหยียด
– วิธีเดินที่สมดุล
– วิธีขึ้นลงบันไดที่สมดุล
– การนั่งพับเพียง การนั่งยอง ๆ (แบบถูกท่า ที่จะไม่ปวดขาไม่ปวดหลัง)
– วิธีการลุกนั่งแบบสมดุล (แบบถูกท่า ที่จะไม่ปวดขาไม่ปวดหลัง)
– การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

(การจัดกระดูกทำด้วยตัวเองให้ผลที่ถาวรกว่าเพราะทำด้วยตัวเองเลย ถ้าไปให้เขาจัดกระดูกมาแต่ว่ากลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม ทำเหมือนเดิมแบบผิดสรีระเหมือนเดิม เดี๋ยวสุดท้ายก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกค่ะ อาการหนักกว่าเดิมด้วย (เราเคยเป็นมาแล้ว) เพราะงั้นถ้าทำด้วยตัวเองได้ ทำด้วยตัวเองดีกว่า ได้ผลสุด ๆ )
หมายเหตุ: เนื่องจากคลิปนี้เขาเน้นพูดเรื่องสุขภาพ แต่ก็จะมีการพูดถึงเรื่องธรรมะศาสนาบ้าง ซึ่งอาจมีลักษณะของความหมายคำศัพท์หรืออะไร ๆ ที่แตกต่างจากที่เราใช้ปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นกันบ้างก็อย่าไปเพ่งมองตรงนั้นเลยนะคะ (เพราะเป็นเนื้อหาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ) เราพยามรับในส่วนที่เป็นความรู้เรื่องสุขภาพ เราก็จะได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพ การรักษาตัวเอง ดีมากเลย
แนะนำเพิ่มเติม (จากประสบการ์เราเอง ผู้เขียน blog) ตอนทำท่างูเต่ากบ ทำแบบที่คุณหมอบอกนะคะ คือให้น้ำหนักอยู่ที่มือ ตอนหายใจเข้ามันจะหายใจเข้าได้ถึงท้องเลยค่ะ คลายส่วนที่เหลือทั้งหมด ทั้งตัวผ่อนปล่อยหมด แบบที่คุณหมอบอกทำแค่ 3 ครั้งก็พอ ท่านใดมีปัญหาเรื่องหลังปวดหรือนั่งหลังงอ นั่งหลังตรงไม่ได้ หลังจากทำไปซักประมาณซักอาทิตย์นึง จะเห็นผลดีขึ้นชัดเจนเลยค่ะ หลังจากนั้นจะแทบไม่อยากนั่งพิงพนักอะไรเลยล่ะ เพราะรู้สึกได้เลยว่าการพิงพนักเก้าอี้ ร่างกายมันผิดสรีระ น้ำหนักร่างกายมันไปลงผิดที่มันไปลงที่หลัง(แถวๆก้นกบ)ทำให้หลังคดได้ง่าย ไม่รู้นะเรารู้สึกได้เองเลย ตอนนี้เราเลยหลีกเลี่ยงที่จะพิงพนักเก้าอี้ เมื่อยหน่อยแต่ไม่มาก ถ้านั่งหลังตรงได้จะไม่ค่อยเมื่อยอ่ะค่ะ แปลกไหม การนั่งหลังตรงโดยไม่พิงพนักข้อดีคือมันทำให้ไม่ต้องไปปวดหลังแบบคนอื่นเขา คนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้บ่อย ๆ แบบน้ำหนักลงผิดที่ เดาได้เลยอ่ะ จะมีอาการปวดหลังตามมา (ตอนนี้เราก็รอดแล้ว ^ ^)

แนะนำเพิ่มเติมอีกที ท่านที่ทำเห็นผลชัดเจนแล้ว เราแนะนำเพิ่มว่าให้ทำโยคะท่าอื่น ๆ เสริมด้วยเลยค่ะ ถ้าทำโยคะท่าอื่น ๆ ด้วย จะทำให้ร่างกายยืดหยุ่นขึ้นค่ะ อาการเจ็บปวดโรคภัยต่าง ๆ หายไปเองเลย สุขภาพดีขึ้นมาก ๆ ทำโยคะท่าอื่น ๆ เสริมด้วยเลยค่ะ ดีมาก ๆ (^____^)

ฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรม อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๑

ฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรม อุบาสิกาใจพระ รุ่น 1

ฟังคลิปเสียง mp3 จากคอร์สปฏิบัติธรรม

ในคอร์สปฏิบัติธรรม “อุบาสิกาใจพระ รุ่น ๑
ธรรมบรรยายโดยท่าน อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ท่านสามารถดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-1.mp3

ตอนที่ 2 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-2.mp3

ตอนที่ 3 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-3.mp3

ตอนที่ 4 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-4.mp3

ตอนที่ 5 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-5.mp3

ตอนที่ 6 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-6.mp3

ตอนที่ 7 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-7.mp3

ตอนที่ 8 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-8.mp3

ตอนที่ 9 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-9.mp3

ตอนที่ 10 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-10.mp3

ตอนที่ 11 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-11.mp3

ตอนที่ 12 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-12.mp3

ตอนที่ 13 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-13.mp3

ตอนที่ 14 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-14.mp3

ตอนที่ 15 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-15.mp3

ตอนที่ 16 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-16.mp3

ตอนที่ 17 : https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/jaipra-17.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม ข้อคิดจาก อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม เพิ่มเติมได้ที่
http://makkanuka.wordpress.com/

ฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรม “นกกับต้นไม้”

ฟังคลิปเสียง mp3 คอร์สปฏิบัติธรรม นกกับต้นไม้

ฟังคลิปเสียง mp3 จากคอร์สปฏิบัติธรรม

ในคอร์สปฏิบัติธรรม “นกกับต้นไม้
ธรรมบรรยายโดยท่าน อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ท่านสามารถดาวโหลดฟังได้ที่นี่

ตอนที่ 1
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-1.mp3

ตอนที่ 2
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-2.mp3

ตอนที่ 3
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-3.mp3

ตอนที่ 4
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-4.mp3

ตอนที่ 5
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-5.mp3

ตอนที่ 6
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-6.mp3

ตอนที่ 7
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-7.mp3

ตอนที่ 8
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-8.mp3

ตอนที่ 9
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-9.mp3

ตอนที่ 10
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-10.mp3

ตอนที่ 11
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-11.mp3

ตอนที่ 12
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-12.mp3

ตอนที่ 13
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-13.mp3

ตอนที่ 14
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-14.mp3

ตอนที่ 15
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-15.mp3

ตอนที่ 16
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-16.mp3

ตอนที่ 17
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-17.mp3

ตอนที่ 18
https://dhammaway.files.wordpress.com/2016/01/aj-prasert-bird-and-tree-18.mp3

ศึกษาธรรมะ ข้อธรรม ข้อคิดจาก อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม เพิ่มเติมได้ที่
http://makkanuka.wordpress.com/

สังสาระ ที่คุมขังสัตว์ให้เวียนว่ายในกองทุกข์

ผู้แต่ง ดังตฤณ
Road-to-Buddha-3-3-750px
ทอดตามองลงต่ำ เห็นปลาสองสามตัวกำลังพยายามพลุ่งขึ้นฮุบเศษซากอะไรบางอย่างบนผิวน้ำที่พอเป็นอาหารของมันได้ ถ้าเป็นเวลาปกติฉันคงมองผ่านอย่างไม่รู้สึกอะไร แต่ยามนี้ที่ใจกำลังคำนึงว่าความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง ทำให้มองปลาเหล่านั้นด้วยความสงสาร
ถ้าฉันหิวฉันยังเอาเงินไปแลกซื้อข้าวอิ่มอร่อยได้ทุกมื้อ แต่ถ้าปลาหิวแล้วไม่มีใครเอาอะไรไปให้ พวกมันก็ต้องกระเสือกกระสนหาสัตว์เล็กหรือซากขยะที่เลือกแล้วเห็นว่าพอประทังชีวิตได้
ชีวิตสัตว์จะมีอะไรมากไปกว่าสัญชาตญาณหาอาหาร กินยังไม่อิ่มก็ต้องหาอีก ทั้งชีวิตเหมือนมีอยู่เพื่อหาของใส่ท้องโดยแท้ หากพวกมันไม่ถูกจับมาทอดให้คนกิน ก็เหมือนเป็นชีวิตที่หาค่าไม่ได้เอาเสียเลย
ฉันส่งตามองนิ่ง ๆ แล้วเกิดประสบการณ์ภายในที่คล้ายอุปาทาน คือรู้สึกสัมผัสทุกข์ภายนอกตัวเองด้วยจิตอย่างแจ่มชัด ฉันเห็นทุกข์ขณะปลาทะลึ่งขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความหิวโหย เห็นทุกข์ขณะของการอ้าปากงับ เห็นทุกข์ขณะปลาจมลงน้ำด้วยอาการกระวนกระวายไม่อิ่มไม่พอ ฉันเลิกคิ้วนิดหนึ่งด้วยความพิศวงใจ ถามตนเองว่านี่เป็นสัมผัสที่คิดขึ้นเองผ่านสายตา หรือว่าเกิดจากการมีจิตสัมผัสอย่างแท้จริงกันแน่?
ในทุกหมวดของสติปัฏฐาน ๔ นั้น พระพุทธเจ้าให้ดูกาย เวทนา สภาวจิต และสภาพธรรมต่าง ๆ ทั้งภายในตัวเราและของคนอื่นภายนอก เห็นโดยความไม่เที่ยง เกิดแล้วต้องดับลงเป็นธรรมดา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน ฉันดูกายตัวเองและเวทนาของตัวเองมาพักหนึ่ง แต่ไม่เคยทดลองส่งจิตออกไปสัมผัสคนอื่นหรือสัตว์อื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ใช่ว่าไม่อยากหรือกลัวจะไปหลงติดฤทธิ์ติดเดชอะไร แต่สารภาพตามตรงว่าไม่ทราบว่าเขาทำกันท่าไหนมากกว่า
ชั่วโมงที่ผ่านมาเรียกว่าสติของฉันมีฐานที่ตั้งเป็นเวทนา ทั้งสุขมากและทุกข์มากปรากฏชัดเจนแจ่มแจ๋วราวกับรูปทรงที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า จิตมีความรู้ชัดถึงสภาพหรือลักษณะของสุขและทุกข์ตามจริงกระทั่งเข้าถึงธรรมชาติของความเป็นอย่างนั้น ๆ เช่นสุขคือสภาพที่สบาย ผ่อนคลาย เยือกเย็นทุกข์คือสภาพที่บีบคั้น อึดอัด ร้อนรน เป็นการเห็นของจริงในตน เป็นการประจักษ์แจ้งว่าทั้งสุขและทุกข์ต่างก็อิงอาศัยอยู่ในกายนี้ร่วมกัน
นาทีปัจจุบัน เมื่อฉันทอดตามองเหล่าปลาหิว ฉันไม่ได้คาดหมายอันใดไว้ก่อน จึงเป็นการมองด้วยจิตที่ว่างเปล่าจากอุปาทาน ไม่มีความอยากรู้อยากเห็นหรือตั้งใจดูทุกขเวทนาของสัตว์อื่นทั้งสิ้น แต่สายตาที่มองอาการกระวนกระวายของสัตว์นั้น ก็ทำให้ทราบว่าต้นเหตุอาการกระวนกระวายคือจิตที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ห้วงทรมานอันยืดเยื้อ จิตฉันหยั่งลงไปในทุกข์ของมันขนาดเปรียบเทียบได้ว่ามนุษย์เราหิวจนแสบท้องแล้วอาจทำใจลืม ๆ ได้เมื่อหันไปสนใจสิ่งอื่น แต่ปลาหิวแล้วจะกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุขไปทั้งตัว จิตที่รู้สึกโหยหาอาหารนั้นหาความสงบไม่ได้เลย มีแต่คิดพุ่งไปเอาอะไรที่พอกินได้มาใส่ท้องตลอดเวลา
ฉันอาจเห็นปลาที่อิ่มหมีพีมันในตู้ปลาในบ้านจนชิน หรือแม้ไปตามสวนสาธารณะแล้วซื้อขนมปังโยนแจกปลาก็เห็นมันดิ้นรนทึ้งแย่งเศษอาหารกันจ้าละหวั่นด้วยความรู้สึกธรรมดา ๆ ต่อเมื่อมีจิตสัมผัสทุกข์ซึ่งมีเนื้อหาเป็นรสเดียวกัน มีธรรมชาติทุกข์อันเนื่องด้วยกายเหมือน ๆ กัน ฉันถึงกับตกตะลึง และรับรู้เป็นวาระแรกว่าโลกแห่งการมีชีวิตน่ากลัวถึงเพียงนี้
ฉันเงยหน้าขึ้น ทอดมองไปตลอดแผ่นน้ำที่เรียบสงบผาสุกในสายตาของมนุษย์ กำหนดนึกถึงทุกข์ของปลาที่ยังติดอยู่ในใจ แล้วน้อมตรวจลงไปเบื้องใต้ผิวน้ำว่าทุกข์แบบเดียวกันนั้นมีประมาณสักเท่าใด ก็ต้องบังเกิดอาการขนลุกซ่านเกรียว เพราะคล้ายมีคลื่นทุกข์สาหัสจากความหิวโหยส่งออกมาจากทั่วทุกหย่อมน้ำ รวมกันเป็นปริมาณทุกข์ร้อนมหาศาล
ณ เวลานี้จิตฉันยังไม่เห็นชัดขนาดระบุจำนวน ความรู้สึกบอกตัวเองเพียงว่าอาหารปริมาณมากแค่ไหนก็เลี้ยงไม่พอ กำจัดทุกข์ใหญ่ของเหล่าสัตว์ในลำน้ำคลองสายนี้แห่งเดียวไม่ได้เลย โลกปรากฏเป็นของน่ากลัวไปในพริบตา ทั้งที่เมื่อครู่คลองสายนี้ยังดูสงบสุขเปี่ยมสันติน่าพิสมัยยิ่งกว่าที่ไหน ๆ โลกสันนิวาสอันแท้จริงอาจหลอกตาสัตว์บางประเภทให้หลงเพลินติดใจ แต่ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่คุมขังให้สัตว์อีกประเภทดิ้นพล่านไปจนกว่าจะถึงอายุขัย
สัมผัสนั้นไม่ทำให้ฉันคิดว่าเป็นอุปาทาน เพราะชัดราวกับหูได้ยินสัญญาณเสียงดัง ๆ เปล่งออกมาจากรอบทิศ แต่คงอธิบายให้ใครรับรู้ตามไม่ได้ ธรรมที่ปรากฏต่อใจเป็นเช่นนี้เอง รู้ได้ด้วยใจตน รู้ได้เฉพาะตน ส่งถ่ายให้ผู้อื่นรับรู้ตามไม่ได้ ถ้าพยายามพูด คนก็อาจหาว่าบ้าไปเอง คิดไปเองเท่านั้น
เหลือบตามองพื้นศาลา ลูกแมวผอมโซที่มีขนเพียงหรอมแหรมตัวหนึ่งเดินมาหาฉัน ดูมันตัวสั่นคล้ายคนชราท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ด้วยสุขภาพย่ำแย่ เจ็บออด ๆ แอด ๆ มาตลอด มันไม่น่ารักเหมือนแมวบ้านที่ถูกประคบประหงมเลี้ยงดูด้วยนมและข้าวน้ำ ดวงตาด้าน ๆ ของมันเล็งมองฉันด้วยแวววอนขอ ปากของมันขยับร้องเมี้ยว ๆ เล็ก ๆ แบบไร้กำลังวังชา น่าแปลกที่แม้มันมีสภาพสมเพชเพียงใดก็ไม่อาจก่อให้เกิดใจสงสารสักเท่าไหร่
คงเป็นกรรมเก่าของมันส่งให้มาอยู่ในสภาพเช่นนี้กระมัง สภาพของมันคล้ายฟ้องให้ฉันรับรู้ด้วยตาเปล่าทำนอง ‘สมควรแล้วที่ต้องมาเป็นอย่างนี้’ อะไรบางอย่างในมัน จู่ ๆ ก็ทำให้ฉันนึกถึงคนใจร้ายที่มักก่อเวรด้วยการปอกลอก หรือหลอกลวงผู้อื่นจนสิ้นเนื้อประดาตัว ไร้ที่พึ่งที่อาศัย
จิตฉันไม่นิ่งตั้งมั่นขนาดหมดความสงสัยว่าที่ ‘สัมผัส’ นั้นเป็นกรรมเก่าของแมวจริง ๆ หรือไม่ รู้แต่ว่าฉันไม่รู้สึกสงสารมันเลย วิบากกรรมของมันคงผลิต ‘กลิ่นเหม็น’ แปะไว้ คือเห็นแล้วเหม็นหน้า หรืออย่างเบาะ ๆ ก็สมน้ำหน้าทันทีโดยไม่ต้องทำความรู้จักเสียก่อน
หลังจากร้องขออาหารอยู่พักหนึ่ง พอแน่ใจว่าจะไม่ได้อะไรจากฉัน มันก็เดินกระต้วมกระเตี้ยมจากไปแบบไม่มีปากไม่มีเสียง ฉันมองตามอย่างไม่ตั้งใจนัก เห็นมันไปหยุดยืนมองน้ำครู่หนึ่ง แล้วเคลื่อนที่ต่อไปดม ๆ กองขยะเล็ก ๆ
ดู ๆ ท่าทางมันคงเผชิญชีวิตเปลี่ยวดายตามลำพังมาระยะหนึ่ง อาจนับแต่แรกเกิดทีเดียว วินาทีนั้นฉันเกิดประสบการณ์สัมผัสทุกข์ภายนอกขึ้นมาอีก กล่าวคือเมื่อไม่เห็นหน้าไร้สง่าราศีของมัน เห็นสภาพหัวเดียวกระเทียมลีบไปเรื่อย ๆ แล้ว ก็เข้าใจความรู้สึกหวาดกลัว เหงาหงอย และแสวงหาที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวของมันอย่างแจ่มชัด ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นที่มัน แต่มาปรากฏขึ้นที่ความรับรู้ของฉันด้วย ฉันแทบจะรู้เลยว่าอาการเพ่งมองอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมายของมันนั้น ออกมาจากกระแสสำนึกภายในชนิดใด คล้ายกำลังกล้ำกลืนก้อนเศร้าชิ้นเดียวกันกับมันอยู่
พอสัมผัสชนิดเข้าถึงทุกข์ในแมวตัวนั้น ฉันจึงเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายน่าเวทนาเสมอกันหมด หลงทำชั่วด้วยความไม่รู้จนตัวชุ่มบาปเสมอกันหมด เวียนว่ายหลงวนอยู่ในภพภูมิอันวิจิตรด้วยความสำคัญมั่นหมายว่าเกิดหนเดียวตายหนเดียวเสมอกันหมด
แทบไม่อาจกระเดือกน้ำลายลงคอ ราวกับเป็นคนอ่อนไหวขี้สงสาร เห็นสัตว์ตกทุกข์ได้ยากแล้วน้ำตาพานจะไหล ฉันรีบเดินไปยังร้านค้าที่ใกล้วัดที่สุด ซื้อขนมปังและอาหารบางอย่างที่คาดว่าแมวและปลาน่าจะกินได้ หอบกลับมาพะเรอเกวียน ต้องเดินหาลูกแมวตัวน้อยพักหนึ่งเพราะมันไม่ยืนอยู่ที่เดิมแล้ว
ฉันเจอมันไม่ห่างจากศาลาท่าน้ำเดิมนัก รีบคว้ามันมาลูบตัวปลอบอย่างไม่รังเกียจเนื้อตัวสกปรกของมันเอาข้าวของที่เตรียมมาเทลงจานกระดาษให้มันราวกับเป็นเจ้าเหมียวที่บ้าน ท่าทางมันดีใจออกหน้าออกตา ตะกรุมตะกรามกินใหญ่ ฉันปลื้มปีติจนสะอึก เพราะสัมผัสความดีใจเฉพาะหน้าของมันอย่างชัดเจน กับทั้งรู้ซึ้งด้วยว่าความดีใจนั้นจะเกิดขึ้นไม่นาน เดี๋ยวมันจะหิวอีก และฉันจะไม่สามารถตามไปช่วยให้มันหายหิวได้ตลอดไป
เอาขนมปังมาบิเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแจกปลาตรงท่าน้ำ ที่เมื่อครู่เห็นว่ามีแค่สองสามตัวนั้นผิดถนัด บัดนี้ มันแห่กันมาจากไหนไม่รู้เป็นฝูงใหญ่ เพียงโยนเศษขนมปังลงไปแค่สองสามชิ้นก็เห็นพวกมันดิ้นโครมครามแก่งแย่งกันราวกับเกิดกลียุค ขนมปังกองใหญ่ของฉันแก้หิวปลาโชคดีได้แค่ไม่กี่ตัว และเป็นการประทะประทังเพียงชั่ววูบชั่ววาบ ฉันสัมผัสถึงการหยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กน้อยที่มีให้พวกมันได้ในเวลาสั้นแสนสั้น ไม่มีปลาตัวไหนอิ่มเลย
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นที่พึ่งของตนจริง ๆ พวกมันไม่มีบุญคอยรักษา ไม่มีบุญคุ้มจากความหิวโหยอดโซ ไม่มีบุญปกป้องจากความหนาวร้อนในโลกนี้ เหมือนบ้านไม่มีรั้ว ภยันตรายหรือวิบากชั่วไหน ๆ ก็สามารถเข้ามาจู่โจมเล่นงานได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องฝ่าอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น แถมยังต้องระหกระเหเร่ร่อนไปเกิดตายในสภาพบุญน้อยไปอีกนานแค่ไหนไม่อาจทราบ
สูดลมหายใจลึก พวกหมาแมวในวัดคงได้กลิ่นคนใจดี ชักแห่กันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังขออาหารฉันบ้าง แต่ในมือฉันว่างวายเสียแล้ว ไม่เหลืออะไรให้พวกมันอีกเลย ได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่ เดินออกจากวัดด้วยความเศร้าสลด มนุษย์และสัตว์เกิดมาเพื่อเจริญวัย กระทำการดีร้ายด้วยความไม่รู้เป็นหลัก วันหนึ่งก็ต้องแก่ลงแล้วตายไปรับผลกรรมแบบหมดสิทธิ์เลือก แล้วก่อกรรมต่ออีก เพื่อรับผลอีก หาแก่นสารได้ที่ไหน ยิ่งคิดยิ่งสังเวชตนเองและเพื่อนร่วมทุกข์นับอนันต์ทั่วโลก
กระทั่งเกิดสติเพราะความเคยชินในการรู้ฝ่าเท้ากระทบพื้น จึงระลึกได้ว่าจิตกำลังเป็นทุกข์ ก็ดูทุกข์นั้นโดยความเป็นสภาพบีบคั้นจิตให้หม่นหมอง เต็มไปด้วยฝ้ามัวพร่าพราย ซึ่งเมื่อเห็นทุกข์ทางใจอยู่เดี๋ยวเดียว ก็คล้ายสภาพทุกข์นั้นถูกแทนที่ด้วยสติเต็มดวง กลายเป็นเบิกบานขึ้นมาใหม่ เบนวิถีความคิดไปอีกทาง คือเป็นมนุษย์นั้นดีอย่างนี้เองหนอ หาเงินเลี้ยงชีพก็ได้ แถมเมื่อเกิดในยามพุทธศาสนาอุบัติ ก็มีปัญญาเอาชนะความไร้สติ ความไม่รู้ และความแน่นทึบทั้งปวงได้ โชคดีกว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นไหน ๆ
อย่างไรฉันต้องเอาตัวรอดจากสภาพความไม่รู้อันเลวร้ายและน่าประหวั่นพรั่นพรึงในชาตินี้ให้จงได้!
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “7 เดือนบรรลุธรรม”
โดยผู้แต่ง ดังตฤณ

ดาวโหลดฟัง mp3 คลิปเสียงอ่านหนังสือได้ที่
http://fungdham.com/book/dungtrin-7months.html

หรืออ่านหนังสือ pdf ได้ที่
http://www.fungdham.com/download/book/dungtrin/7months_A4Size.pdf