“สิ้นโลก-เหลือธรรม” ด้วยประการฉะนี้ – พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี)

“…โลกเป็นของเกิด-ดับอยู่ทุกขณะ
ธรรมอุบัติขึ้นมาให้รู้แจ้งเห็นจริงในโลกนั้นๆ
แล้วตั้งอยู่มั่นคงถาวรต่อไป เรียกว่า โลกเกิด-ดับ
ธรรมเกิดขึ้นตั้งอยู่ถาวรเป็นนิจจัง
เพราะไม่ตั้งอยู่ในสังขตธรรม

ธรรมเป็นของไม่มีตัวตน
แต่พระพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้ที่หัวใจของคน
คนรู้แล้วตั้งมั่นตลอดกาล
ถึงคนจะไม่รู้เท่าทันแต่ธรรมนั้นก็ยังตั้งอยู่เป็นนิจกาล
เป็นแต่ไม่มีใครรู้ใครสอนธรรมนั้นออกมาแสดงแก่คนทั้งหลาย
ถึงแม้พระพุทธองค์จะนิพพานไปแล้ว
แต่ธรรมนั้นก็ยังตั้งอยู่คู่ฟ้าแผ่นดิน จึงเรียกว่า อมตะ

โลกเป็นของฉิบหายดังกล่าวมาแล้ว
เพราะตั้งอยู่ใน สังขตธรรม
มีอันต้องแปรปรวนเป็นธรรมดา
ธรรมที่พระองค์ทรงสอนให้รู้แจ้งเห็นจริง
เข้าถึงหัวใจคนเป็นของไม่มีตัวตน
เป็นอนิจจังไม่ได้ตั้งอยู่เป็นกลางๆ
ถึงคนคนนั้นจะตายไป แต่ธรรมก็ยังมีอยู่เช่นนั้น
จึงเรียกว่า “สิ้นโลก-เหลือธรรม” ด้วยประการฉะนี้…”

จิต กับ กิเลส มิใช่อันเดียวกัน

จากหนังสือ “สิ้นโลก เหลือธรรม” (ฉบับสมบูรณ์)
(ที่หน้า 51/(80))

ของผู้เขียน พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี)


เครดิตเนื้อหาส่วนหนึ่งจาก: http://www.thewayofdhamma.org/page2/moradok212.html
ดึงมานำเสนอที่นี่พร้อมรูปหน้งสือโดย https://dhammaway.wordpress.com/

คลังภาพ

พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี) – จิต กับ กิเลส มิใช่อันเดียวกัน

จิต กับ กิเลส มิใช่อันเดียวกัน

“…ถ้าเราฝึกหัด จิต ของตนที่ดิ้นรนนี้ให้สงบอยู่เป็นหนึ่งได้แล้ว
เราจะมองเห็นจิตที่เป็นหนึ่งนั้น เป็นหนึ่งอยู่ต่างหาก
กิเลส มีโทสะ เป็นต้นนั้น อยู่อันหนึ่งต่างหาก
จิต กับ กิเลส มิใช่อันเดียวกัน
ถ้าอันเดียวกันแล้ว ใครในโลกนี้จะทำใจให้บริสุทธิ์ได้
จิต เป็นผู้ไปปรุงแต่งเอา กิเลส มาไว้ที่จิตต่างหาก
แล้วก็ไม่รู้ว่าอันใดเป็น จิต อันใดเป็น กิเลส

พระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่า จิตตัง ปภัสสรัง อาคันตุเกหิ กิเลเสหิ
จิตเป็นของผ่องใสอยู่ทุกเมื่อ กิเลสเป็นอาคันตุกะจรมาต่างหาก

นี้ก็แสดงว่าพระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดแล้ว
ของในโลกนี้ต้องประสมกันทั้งหมดจึงเป็น โลก
ของอันเดียวมีแต่ ธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ผู้เห็นธรรมเป็นของหลายอย่างต่างๆ กัน ผู้นั้นได้ชื่อว่ายังเข้าไม่ถึงธรรม

นัยหนึ่งเหมือนกันน้ำเป็นของใสสะอาด
เมื่อบุคคลนำเอาสีมาประสมย่อมมีสีต่างๆ
เช่น เอาสีแดงมาประสมน้ำก็เลยเป็นสีแดงไป
เมื่อเอาสีดำมาประสมน้ำก็เลยเป็นสีดำไป
สุดแท้แต่จะเอาสีอะไรมาประสม
น้ำก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นสีนั้นๆ
แท้จริงแล้วน้ำเป็นของใสสะอาดอยู่ตามเดิม
หากผู้มีปัญญา สามารถกลั่นกรองเอาน้ำออกมาได้
น้ำก็ใสสะอาดเป็นปกติอยู่ตามเดิม
สีเป็นเครื่องประสมให้น้ำเป็นไปต่างๆ

น้ำเป็นของมีประโยชน์มาก
สามารถชำระของสกปรกสิ่งโสโครกทั้งปวงให้สะอาดได้
ความสะอาดของตนมีอยู่แล้ว
ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปในสิ่งโสโครกทั้งปวง
ชำระเอาสิ่งโสโครกเหล่านั้นออกมาได้ นี่ก็ฉันใด
ผู้มีปัญญาทั้งหลายย่อมสามารถกลั่นกรองเอาจิตของตน
ที่ปะปนกับกิเลสออกมาได้ฉันนั้น…”

เอามาจากหนังสือ “สิ้นโลก เหลือธรรม”
(ที่หน้า 29/(80))

ของผู้เขียน พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี)


เครดิตเนื้อหาจาก: http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp_thes/lp-thes_08_4.htm

ดึงมานำเสนอที่นี่พร้อมรูปหน้งสือโดย https://dhammaway.wordpress.com/