(บทสัมภาษณ์) ความไว้ใจในพ่อแม่ และการเลี้ยงลูก

dhamma-in-mind
บางช่วงบางตอนจาก บทสัมภาษณ์ “อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม”
ในรายการ “ธรรมในใจ” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศ วันที่ 6 เมษายน 2556
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  แล้วเรื่องของการเลี้ยงลูก อาจารย์ก็มีลูกเหมือนกัน
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  มีครับ คนโตตอนนี้จบปริญญาตรี แล้วก็คนเล็กก็ยังเรียนม.5 ม.6
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  โอ..เนี่ยวัย ม.5 ม.6 หรือว่ากำลังเรียนปี 1 ปี 2 ปริญญาตรีอยู่นี่นะคะ แหม่มได้ยินได้ฟังคนบ่นกันเยอะมากเลย ว่าไม่รู้จะสอนเขายังไงแล้วแบบเด็กสมัยนี้นี่คือสอนยากมากแล้วก็ติดเกมหรือไม่ก็ติดแฟนอะไรอย่างนี้ค่ะ อาจารย์มาข้อแนะนำยังไงไหมคะ
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  ผมว่ามันขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู 50% แล้วก็เด็กคนนั้นมีพื้นฐานมายังไงอีก 50% การเลี้ยงดูเราสามารถดูแลได้อย่างเช่น อย่างที่ผมบอกเมื่อกี้คือให้เด็กยอมรับความจริง อย่างเช่นเดินชน หกล้ม แทนที่จะไปตีโต๊ะตีพื้น เรากลับมาดูที่อะไรเกิดขึ้น แก้ปัญหาตรงนั้นก่อน แล้วก็สอนให้เขาระมัดระวัง ให้เขายอมรับความผิดของตัวเอง เหตุการณ์หนึ่งที่ผมว่าน่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ในวันนี้นำไปใช้ได้คือ ถ้าเราย้อนนึกภาพไปวันที่เราไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาลเป็นวันแรกๆ ลูกจะร้องมาก แล้วก็จะวิ่งเกาะแขนเกาะขาไม่ยอมให้พ่อแม่ไปทำงาน แล้วเราก็จะเห็นต่อไปว่า จะเกิดการหลอกล่อให้อยู่กับครูแล้วก็พ่อแม่ก็ทำตัวเป็นนินจา วุ๊บ! แล้วก็รีบไปเลย
ลองนึกภาพดู ว่าสมมุตว่ามีสามีภรรยาไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่ง ภรรยากำลัง “…เอ้ยนี่มันที่ไหน เราไม่รู้จักเลย…” แล้วสามีก็หลอกล่อ วุ๊บ! แล้วนินจาหายไปเลย ปล่อยภรรยาทิ้งไว้ที่เกาะนั้น ความรู้สึกของเราจะเกิดอะไรขึ้น เด็กก็เหมือนกัน “นี่ที่ไหนเนี่ย? แล้วให้มาเจอใคร? แล้วพ่อแม่เราไปไหน? แล้วทำไมทำกับเราอย่างนี้?” นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ว่าพ่อแม่เอาเฉพาะขอให้ฉันไปให้ได้ก่อน
แต่วันที่ผมเดินออกมา หรือว่าไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาลครั้งแรก ผมจะบอกเขาเลยว่า “หนูต้องอยู่ที่นี่ พ่อต้องไปทำงาน พ่อจะมารับตอนเย็น ต่อให้หนูร้องเท่าไหร่ก็ตาม พ่อก็ต้องไปทำงาน แล้วพ่อก็มารับตอนสี่โมงเย็น ลูกผมวันนี้โตเขาบอกว่า วันนั้นเขายังจำได้ดี วันที่พ่อบอกว่าพ่อจะกลับมารับตอนสี่โมงเย็นไม่ว่าลูกจะร้องเท่าไหร่ก็ตาม จากวันนั้นเขาเชื่อมั่นในตัวพ่อว่า “พ่อจะไม่มีวันทิ้งเขา”
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  เพราะงั้นวันนี้เราพลาด วันนี้พวกเราพลาดคือเราทำอย่างนี้จนกระทั่งวันหนึ่ง ถ้าหากลูกเกิดความทุกข์ เราจะไม่ใช่คนแรกที่รู้ เพราะเขาไม่ไว้ใจเรา เพราะพ่อหรือแม่ไม่ใช่คนที่เขาไว้ใจ
ผู้ดำเนินรายการชาย :  เพื่อนเขาจะไว้ใจเพื่อน
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  เขาจะไปไว้ใจเพื่อน แล้ววันนี้อันตรายมาก เพราะว่าเจอเพื่อนดีก็แล้วไป แต่น้อยเหลือเกิน เพื่อนที่จะพาไปทางอื่นมันเยอะ นี่ก็คือส่วนหนึ่ง
หรือว่าลูกสาวผมยื่นผลการสอบมาให้ ผมก็มองหน้าเขา นี่ตกสองวิชาเลยนะ เขาก็นั่งไม่พูดอะไรเลยเพราะว่าเขาทุกข์มาก แต่ผมกลับวางกระดาษลงก่อน แล้วถามว่า “ทุกข์ไหม” เขาบอกว่า “ทุกข์” ผมเห็นแล้วเขาทุกข์ตั้งแต่วินาทีที่เขาได้รับกระดาษจากคุณครู ทุกข์ตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้วว่ากลับมาจะบอกพ่อแม่ว่ายังไง ทุกข์ตั้งแต่นั่งรถโรงเรียนมาตลอดทางใจเหม่อลอย เหมือนท่านได้รับซองขาวจากเจ้านาย แล้วจะกลับไปบอกแฟนได้ยังไง ครอบครัวว่ายังไง ท่านทุกข์มาตลอดใจท่านเหม่อลอยมาตลอด
สิ่งที่เขาต้องการหรือสิ่งที่พวกเราต้องการคืออะไร
ผู้ดำเนินรายการชาย :  กำลังใจ
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  ถูกต้อง แต่เราให้อะไรกับลูก? ประเคนคำด่าใส่เข้าไปก่อน ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ลูกเนี่ย ถึงบ้านเมื่อไหร่ ใช่ไหม แต่นี่เปล่า ผมก็เพียงแต่ดึงเขาเข้ามากอด “ไม่ต้องพูดอะไรใช่ไหม” “ไม่ต้อง หนูรู้แล้ว”
เพียงแค่นี้ เขาจะเริ่มรู้สึกว่า เรายังเป็นที่พึ่งในวันที่เขามีความทุกข์ แล้วเขาก็ค่อยๆ ปรับปรุงตัวขึ้นมา
คือการให้เสริมแรงหรือกำลังใจเนี่ย หนึ่งก็คือ Reinforcement คือการเสริมแรงทางบวก สองเพื่อให้ได้พฤติกรรมตามที่เราต้องการอีกอันหนึ่งก็อาจจะใช้ Punishment การลงโทษ ด้วยการดุด่าตี ก็ว่าไป ท่านจะเลือกวิธีไหนล่ะ แต่มันก็ต้องดูตามสถานการณ์ด้วย แต่ถ้าเราเลี้ยงลูกมาอย่างนี้ ให้เขาเข้าใจความจริง
หรือแม้แต่อีกครั้งหนึ่งครูให้มาขอเงินพ่อแม่ไปซื้อการฝีมือ 35 บาท พอดีไม่มีก็ให้แบงค์ร้อยไป พอตกตอนเย็นถามว่าเงินทอนอยู่ไหน นั่งเงียบเลย
“กินหมดแล้วใช่ไหม”
…เงียบ…
“เอาไปเลี้ยงเพื่อนรึเปล่า”
…เงียบ…
สไตล์เด็กอยู่แล้ว รู้แล้ว ก็คือเอาไปเลี้ยงเพื่อนถูกไหม เอาไปกินคือหมดแล้วล่ะ คือไม่มีเงินมาคืนแล้ว “ต้องถูกลงโทษนะ เพราะว่าเงินนี้ไม่ใช่ของหนู แต่เป็นของพ่อ หนูเอาเงินพ่อแล้วพ่อไม่ได้ให้” ก็ตกลงกันเรื่องการทำโทษ หนึ่ง หักเงินค่าขนมกี่วันๆ ก็ว่าไป สองทำการบ้านเสร็จแล้วต้องถูกกักบริเวณ ห้ามดูทีวี กี่วันๆ ห้าวันอย่างนี้ หลังจากผมบอกเขาเสร็จว่าเขาถูกลงโทษอะไรบ้าง ถามว่ารู้ใช่ไหมว่าผิด เขาบอกว่ารู้แล้ว จากนั้นเราก็คุยกันตามปกติเลย เฮฮา เหมือนกินข้าวกินไปตามปกติ แล้วพอถึงเวลา “อ่าว..ถึงเวลาโดนกักบริเวณแล้ว” ก็เดินจูงมือกันขึ้นไป พอส่งถึงห้องก็กอดกันตามปกติ ส่งเข้าไป อย่าออกมานะ โดนทำโทษอยู่นะ จบ
ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ ? ผมไม่เข้าใจ
แล้วอะไรมันจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต วันนี้อะไรมันเกิดขึ้น ในบ้านในเมืองหรือว่าในที่ทำงาน เมื่อเราถูกเจ้านายเรียกไปดุ เรียกไปตำหนิ ทั้งๆ ที่เราผิด เราจะเถียงในใจตลอดเวลา แล้วเราจะแสดงอาการไม่พอใจ ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าเราผิด เพราะเราไม่เคยถูกสอนให้ยอมรับความจริง

แต่ว่าเด็กยอมรับความจริง แล้วก็รู้ด้วยว่าเมื่อถูกทำโทษก็เป็นส่วนของการทำโทษ แต่ไม่มีการอาฆาตแค้นใดใด นี่คือสิ่งที่เขาจะถ่ายทอดสู่สังคม

ผู้ดำเนินรายการหญิง :  เหมือนเขาเคารพในกฏกติกา
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  ถูกต้อง เขายอมรับว่าตรงนี้เขาผิด เขายอมรับผิด ลงโทษเขามาได้เลย เพราะว่าทันทีที่พอเขาทำตัวดี ผมบอกว่า “พ่อยกโทษให้” เขาบอกว่า “ไม่จำเป็น เขาพร้อมจะรับโทษจนจบ” กักบริเวณก็กักไป เงินรายอาทิตย์ก็หักไป ผมก็เลยถามว่า แล้วเอาเงินที่ไหนไปกินที่โรงเรียน เขาบอกว่า “เพื่อนที่หนูเอาเงินพ่อไปให้เขากิน เขาก็เริ่มกลับมาเลี้ยงหนู ยังดีได้เพื่อน
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  …(หัวเราะ)…
ผู้ดำเนินรายการชาย :  …(หัวเราะ)…
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  เล่าสู่กันฟังๆ เนี่ยฉันโดนพ่อทำโทษนะ กักบริเวณก็แล้ว แล้วยังหักเงินฉันอีก เพื่อนเลยเห็นใจ
อาจารย์ขา เวลาใกล้หมดแล้วนะคะ อาจารย์คิดว่าหลักธรรมที่ควรปฏิบัติในชีวิตประจำวันสำหรับคนในปัจจุบันนี่ค่ะอาจารย์คะ
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  คือวันนี้เราต่างคนต่างจะทำทุกอย่างให้ได้ดั่งใจ เมื่อไหร่ก็ตามเราพยามจะทำทุกอย่างให้ได้ดั่งใจ ใจของเราหรือว่าตัวของเราเนี่ย ยังทำให้ตัวเราได้ดั่งใจแทบจะยังไม่ได้ แต่เรากลับบังคับให้ทุกคนที่เรารู้จัก ไม่ว่าจะสามีภรรยาลูกหรือคนในบ้าน ให้ได้ดั่งใจของเรา ให้ได้ดั่งกิเลสของเรา เรายังตามใจกิเลสเราไม่ไหวเลย เหมือนกับที่เมื่อกี้คุณอ้ายพูดถึง ว่าพ่อแม่พยามจะประเคนให้ลูก ยิ่งถ้าคนที่เคยไม่มี แล้ววันนี้มีก็รู้สึกว่าตอนเล็กๆ ฉันไม่มี เพราะฉะนั้นฉันมีปัญญาวันนี้ ฉันจะพยามใส่เข้าไปให้ลูกฉันได้อย่างที่ฉันขาด ท่านลืมไปแล้วว่าวันนั้นท่านลำบาก ท่านถึงมีวันนี้ แต่ท่านกลับเอาวันนี้ไปยัดให้เด็กตั้งแต่เล็ก เพราะฉะนั้นเขาเสียคนแน่ เขาลำบากวันหน้าแน่
เพราะฉะนั้นเขาลำบากวันหน้าแน่ ท่านบังคับให้ลูกเรียนเทควันโด เรียนเปียโน เด็กวัยนี้ต้องเรียนรู้ให้มาก เสร็จแล้วต้องไปเรียนพิเศษ
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  3 ภาษา
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  3 ภาษา กำลังจะ AEC อัดกันเข้าไป แต่เอาล่ะ ผมแค่จะถามว่า ท่านทำงานแปดโมงครึ่ง เลิกห้าโมงเย็น คุณพ่อคุณแม่นะครับ ไปถึงเจ้านายก็เรียกไปสั่งงาน อีกชั่วโมงผ่านมาเจ้านายเรียกมาอีก วันหนึ่งเจ้านายเรียกท่านไปสั่งงานเจ็ดชิ้น ตกเย็นขณะที่ขับรถกำลังกลับบ้าน เจ้านายโทรมาบอกว่า “นี่ งานยังไม่เสร็จเลย เดี๋ยวช่วยไปพบคนนั้นอีก” ท่านจะเกิดความไม่พอใจ พอถึงบ้านท่านเอนหลังลงแล้วก็อยากจะปิดโทรศัพท์ ไม่เอาแล้วเจ้านงเจ้านายอะไร
ลูกท่านก็เหมือนกัน
แต่ท่านบอกว่าไง “ไปทำการบ้าน” “อาบน้ำ” “แล้วกินข้าว” “พอกินข้าวแล้วเดี๋ยวรีบทำให้เสร็จนะ” “เสร็จแล้วรีบไปนอน”
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  “แม่เหนื่อยมากแล้ว”
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  “รู้ไหมว่าแม่เหนื่อยขนาดไหน”
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  …(หัวเราะ)…
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  ฟังแล้วกรรมจริงๆ ถ้าเกิดได้แล้วเป็นผู้ใหญ่ซะเลยสิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องเด็ก
ผู้ดำเนินรายการชาย :  เมื่อหลายปีมาแล้วผมอ่านบทความ ผมชอบคำหนึ่ง เขาบอกว่า “ผู้ใหญ่ตอนนี้เหมือนเป็นโจรที่ปล้นความเป็นเด็กมาจากเด็ก”
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  ในที่สุดแล้วหลักธรรมที่ต้องนำมาใช้ เพื่อให้เกิดความแบบนี้ค่ะ คือสุขทั้งเราทั้งเขา ทั้งเจ้านายด้วย เราด้วย ลูกด้วย อะไรแบบนี้ค่ะ
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  เปิดใจยอมรับความจริง
ผู้ดำเนินรายการหญิง :  เปิดใจยอมรับความจริง
อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม :  เริ่มจากสังคมในหน่วยเล็กๆ คือครอบครัว ถ้าครอบครัวมีความสุข เราจะแบ่งปันออกไปให้คนอื่นได้ออกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าใครก็ตามที่ครอบครัวมีแต่ปัญหา ออกไปที่ไหนก็ไปสร้างปัญหาต่อ
เริ่มจากหน่วยเล็กๆ ก่อน
บางช่วงบางตอนจาก บทสัมภาษณ์ “อ.ประเสริฐ อุทัยเฉลิม”
ในรายการ “ธรรมในใจ” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศ วันที่ 6 เมษายน 2556
สามารถดาวโหลดฟังคลิปเสียง mp3 บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ที่นี่เลยค่ะ
มีอีกหลายหัวข้อ หลายประเด็น ที่น่าฟังอยู่ในคลิปเสียงนี้
https://dhammaway.files.wordpress.com/2014/10/interview-buddhism-dhamma-in-mind.mp3
หรือสามารถดูคลิปวีดีโอรายการสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่นี่ค่ะ
ตอนที่ 1 : http://www.youtube.com/watch?v=3HDu63sVKjw
ตอนที่ 2 : http://www.youtube.com/watch?v=s1Ju_RSJBCM
ตอนที่ 3 : http://www.youtube.com/watch?v=aUz-_D6siLE
ตอนที่ 4 : http://www.youtube.com/watch?v=bL1UeeFpEvM
ศึกษาธรรมะเพิ่มเติมจาก อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม ได้ที่
http://www.suanyindee.net
https://dhammaway.wordpress.com/tag/อ-ประเสริฐ-อุทัยเฉลิม/
Advertisements