(การ์ดคำสอน) เพราะคือความจริงของทุกสิ่ง

“… ในความวุ่นวายบีบคั้นทุกสิ่งทุกอย่าง
เมื่อเราเลือกไม่ได้เราต้องรู้วิธีที่จะอยู่กับมันให้ได้
คือถ้าเราเป็นชาวพุทธที่แท้จริงนะ
ไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่
เราสามารถอยู่ได้โดยไม่มีความทุกข์ทางใจ
ความทุกข์มันเข้ามาได้แค่ร่างกาย
แต่ความทุกข์มันเข้าไม่ถึงจิตถึงใจเรา
ถ้าเรารู้จักวิธีที่จะดูแลจิตใจของเรา
ความทุกข์มันเกิดจากใจเรา
มันยอมรับสิ่งที่กำลังปรากฏนี้ไม่ได้
อย่างสิ่งที่ดีๆกำลังปรากฏอยู่
เรายอมรับไม่ได้ว่ามันอยู่ชั่วคราว
เราก็กังวลกลัวมันจะหายไป
หรือพอมันหายไปก็เศร้าโศกเสียใจ
สิ่งที่ดีๆหายไป เรายอมรับไม่ได้
หรือเรายอมรับไม่ได้ว่ามีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นในชีวิตเรา
อย่างเจ็บป่วยขึ้นมา หรือถูกใส่ร้ายป้ายสีถูกอะไรอย่างนี้
เรายอมรับสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่นี้ไม่ได้
เราก็ทุกข์ทางใจขึ้นมา
หรือเราคิดว่าเมื่อไหร่สิ่งเลวร้ายมันจะผ่านไปเร็วๆ
ให้มันพ้นๆไปซะที การที่ใจเรามันมีความอยาก
ความอยากทั้งหลายนี่มันปฏิเสธความจริง
เราอยากให้สิ่งบางสิ่งเกิดขึ้น
อยากให้สิ่งบางสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอยู่ถาวร
เราอยากให้บางอย่างไม่เกิดขึ้นเลย
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วบางอย่างเราก็อยากให้มันจบเร็วๆ
สิ่งเหล่านี้ทำให้ใจเราเกิดความเครียดขึ้นมา
เกิดความทุกข์ขึ้นมา อย่างเราต้องแก่ เราไม่อยากแก่
เราต้องเจ็บ เราไม่อยากเจ็บ เราต้องตาย เราไม่อยากตาย
พอแก่ขึ้นมาก็ทุกข์ กลุ้มใจ
พอเจ็บขึ้นมาก็ทุกข์ ตายขึ้นมาก็ทุกข์
เราไม่อยากพลัดพรากจากคนที่เรารัก
คนนี้เรารักเราอยากอยู่นิรันดร อยู่ด้วยกันตลอด
ไม่นานเลยเขาทิ้งเราไปแล้ว
เรายอมรับไม่ได้ใจก็ทุกข์มาก
พระพุทธเจ้าสอนให้เราอยู่กับโลกของความเป็นจริงให้ได้
ไม่ใช่เอาความอยากมานำหน้า
อยู่กับความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เป็นของชั่วคราว
ทุกสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตเรา ถูกบีบคั้นที่จะให้สลายตัวไป
อยู่ได้ชั่วคราวเหมือนกัน
ถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลาที่จะให้แตกสลายไป
อย่างความรักของหนุ่มสาว
พอมีขึ้นมามันก็ถูกบีบคั้นทุกวันๆ
ให้สลายไปเรื่อยๆ ถึงวันนึงก็หายไป
ร่างกายนี้มีขึ้นมาแล้วก็ถูกบีบคั้นให้สลายไป
สักวันนึงก็ต้องหายไป
นี่คือความจริง ความจริงของทุกสิ่งทุกอย่าง
มันไม่คงที่ มันถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลาที่จะให้สลายตัว
แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ
เราสั่งมันไม่ได้ ไม่มีอะไรที่เราสั่งมันได้สักอย่างนึง
แค่สั่งไม่ให้ผมหงอกยังสั่งไม่ได้
สั่งไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ สั่งไม่ได้ซักอย่าง
ถ้าเราเรียนรู้ความจริงของชีวิตนะ
จนกระทั่งเรารู้ว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว
ทุกอย่างถูกบีบคั้นให้สลายตัว
ทุกอย่างไม่อยู่ในอำนาจบังคับ
ถ้าใจเรายอมรับตรงนี้ได้
เราจะไม่เกิดความอยากที่ไร้เดียงสา
ความอยากทั้งหลายนั่น
มันไม่ยอมรับสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่
ของนี้มีก็อยากให้ไม่มี
หรือมีแล้วก็อยากให้อยู่นิรันดร
มันผิดธรรมชาติ อยู่นิรันดรไม่ได้
ทำไงใจเราจะยอมรับความจริงได้
ไม่ใช่นึกๆเอา หยวนๆ ยอม
ใจไม่ได้ยอมจริง ก็แก้ความทุกข์ทางใจไม่ได้
พระพุทธเจ้าเลยสอนศาสตร์ให้เราอันนึง
ศาสตร์ที่เราจะเรียนรู้ความจริงของชีวิต
ถ้าเราเรียนรู้ความจริงของชีวิต
ตามที่พระพุทธเจ้าแนะนำไว้แล้ว
ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น เรายอมรับได้
แก่ก็ถือว่าธรรมดา เจ็บก็ธรรมดา ตายก็ธรรมดา
พลัดพรากจากสิ่งที่รักก็ธรรมดา เจอสิ่งที่ไม่รักก็ธรรมดา
มีความอยากก็สมหวังบ้างผิดหวังบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา
เราต้องฝึกฝนนะตามวิธีการของพระพุทธเจ้า
จนใจเราเห็นความจริง ทุกอย่างมันธรรมดา
ธรรมดาเป็นอย่างนี้
ธรรมดาไม่เที่ยง
ธรรมดาเป็นทุกข์
ธรรมดาเป็นอนัตตา บังคับไม่ได้
งั้นการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนทุกคน
ที่ปราถนาความพ้นทุกข์
ถ้าคนไม่ได้คิดจะพ้นทุกข์ จะอยู่กับทุกข์จะอยู่กับโลก
เอร็ดอร่อยอยู่กับโลก ก็ไม่รู้สึกว่า
การปฏิบัติธรรมจำเป็นอะไร
ทั้งๆที่เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในชีวิตเรา
เพราะจริงๆเราทุกคนแสวงหาความสุข
ทุกคนดิ้นรนหนีความทุกข์ตลอดเวลา
แต่การหาความสุข การหนีความทุกข์ของคนทั่วไป
มันมุ่งไปที่การสนองความอยากเท่านั้นเอง
อยากมีเงินมากๆอยากโน้นอยากนี้ตลอดเวลา
ชีวิตเราก็ดิ้นตลอดเวลา ชีวิตนี้เหน็ดเหนื่อย
แล้วได้มาไม่นานก็หายไป สูญไป
นี่ความจริงที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง
เขาดิ้นหาความสุข ดิ้นมาตั้งแต่เด็ก
จนแก่ จนเฒ่า จนตายไป
ความสุขเหมือนอยู่ข้างหน้า
วิ่งไล่จับเงาไปเรื่อยๆ จับไม่ติดซักที
ตอนเด็กๆคิดว่าเรียนหนังสือจบแล้วจะมีความสุข
ไม่ต้องถูกครูบังคับไม่ต้องถูกอาจารย์สั่ง
ให้ทำเปเปอร์อะไรแบบนี้ คงจะสบาย
เรียนจบแล้วก็คิดว่าต้องได้งานดีๆทำ จะมีความสุข
เงินเยอะๆ มีความสุข ตำแหน่งใหญ่ๆ มีความสุข
มีครอบครัวดีๆ จะมีความสุข
มีลูกไบร์ทๆ ลูกหน้าตาดีด้วย ไบร์ทด้วย
ไม่มองตัวเองเลยว่าเป็นไปไม่ได้
ถ้ามีอย่างนี้แล้วจะมีความสุข
ถ้าอย่างนี้จะมีความสุข
อยู่อย่างเนี้ยด้วยความหวัง
หวังว่ามีอันนี้จะสุข มีอันนี้จะสุข
พอมีจริงๆมันก็ไม่ได้สุขจริง
ความสุขมันก็อยู่ข้างหน้าให้เราวิ่งตามไปเรื่อย
แล้วชีวิตของคนในโลก เหน็ดเหนื่อยไม่มีที่สิ้นสุดเลย
ถ้าคนไหนสติปัญญาแก่กล้านะ จะรู้ว่าวิธีหาความสุข
ด้วยการวิ่งตามเงานี้ ไม่ได้จริงหรอก
วิธีหาความสุขที่พระพุทธเจ้าสอน
ต้องสุขที่เต็มที่อิ่มอยู่ในตัวเอง
ใจมันมีความสุขอย่างแท้จริง
มันสุขถึงขนาดที่ว่าร่างกายแก่ก็ยังสุขนะ
ร่างกายเจ็บใจก็ยังสุข ร่างกายจะตายใจยังสุขอีก
เนี่ยตอนนี้มีครูบาอาจารย์องค์นึงนะ
ท่านแสดงธรรมะอันนี้ให้พวกเราดู
หลวงพ่อคำเขียน หลวงพ่อคำเขียนท่านภาวนาเก่ง
จิตใจนี่เบิกบานแช่มชื่นมากเลย
เป็นมะเร็ง หมอก็ไม่รู้จะรักษายังไงแล้ว
ได้แค่ใส่ท่ออาหารท่อหายใจอะไรนี้
แต่ท่านมีความสุข
ถ้าเป็นพวกเรา ไม่ได้ฝึกจิตฝึกใจนะ
เจออย่างนั้นเราทุกข์ตายเลย
ท่านเรียนอะไรท่านถึงมีความสุขอยู่ได้
ก็เรียนสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนนั่นเอง
เรียนรู้ตัวเอง
ถ้าเราเรียนรู้ตัวเองให้แจ่มแจ้งนะ
จะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มีตัวเราเป็นตัวตั้ง
ทุกสิ่งที่แวดล้อมเราอยู่ด้วยมันมีลักษณะอย่างเดียวกัน
คือเราจะเรียนศาสตร์ของการเรียนรู้ตัวเองนะ
สิ่งนี้เป็นของสำคัญ เป็นมรดกที่พระพุทธเจ้าให้เราไว้
เราทำได้จริงๆนะเราจะไม่ทุกข์แล้วล่ะ
…”
พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗

ดาวโหลดคลิปเสียงฉบับเต็มฟังนี้ได้ที่นี่
http://traffic.libsyn.com/dhamma/570430.mp3

ฟังเนื้อหาท่อนนี้แบบคลิปวีดีโอได้ที่นี่ค่ะ
(8 นาที) เพราะคือความจริงของทุกสิ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=bYCyRZKSfl0

สามารถศึกษาธรรมะข้อธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
http://www.dhamma.com

Advertisements