เมื่อเจตนาต่าง กรรมก็เลยต่าง

different-krama-600px-2

“… เรื่องเกี่ยวกับกรรมนี้มันเกี่ยวกับจารีตด้วย เกี่ยวกับยุคสมัยด้วยเช่นกัน เกี่ยวกับยุค เกี่ยวกับสมัย
เพราะว่าเรื่องของกรรมมันเกี่ยวกับเจตนา พวกกฏหมายก็ดีอะไรก็ดีพวกนี้มันก็มีผลต่อความรู้สึกของเรา
สมมุติแต่ก่อนไม่มีกฎหมายในด้านพวกเกี่ยวกับลิขสิทธ์อะไรต่างๆ เราก็ไม่มีความคิดที่จะไปขโมยเขา เราก็ใช้ไปอย่างงั้นแหละก็ไม่รู้สึกที่จะต้องขโมยใครอะไรมา แต่พอหลังๆชักจะมีกฏหมายพวกนี้มาอะไรมา แล้วเราก็รู้เรื่องด้วย ทีนี้พอรู้เรื่องแล้วก็ชักจะมีปัญหาขึ้นมา
กฏเกณฑ์ กฏระเบียบ กฏหมาย จารีต มันมีผลต่อกรรมต่อความรู้สึก เพราะเจตนานั่นเองเป็นกรรม
ตอนนี้เรามาดูด้านกรรมบถ คือตอนมันออกมา ถ้าคิดจะไปเอาของเค้ามาโดยที่เค้าไม่อนุญาตไม่ให้ไม่บอกเค้าก่อน ไม่ว่าจะแง่ใดแง่หนึ่ง
..ใช้ๆไปเถอะ..ไม่เป็นไรหรอก..ซอฟท์แวร์มัน..ช่างมันเถอะ..คนอื่นเค้าก็ใช้กัน..เราก็เอามั่ง..
ตอนยังไม่รู้มันก็ไม่คิดจะขโมยใครเหมือนกันนะ มันก็ไม่มีความรู้สึกจะเป็นเจตนาที่เป็นกรรมชั่วร้าย แต่พอมันรู้เรื่องนี่ล่ะ เอาแล้ว
ฉะนั้นพวกจารีตพวกอะไรต่างๆมีผลเยอะในด้านของกรรมด้านกฎหมายด้านอะไรต่อมิอะไรพวกนี้ ตอนไม่มีกฎหมายเราก็ไม่ได้คิดจะล่วงอะไรมันใช่ไหม มันก็อยู่ของมันดีๆนะแหละ แต่พอมีกฏหมาย
กฎหมายให้เสียภาษี แต่เดิมไม่ได้เสีย ตอนนี้มีกฎหมายแล้ว ก็ไม่เสียเหมือนเดิม ตอนไม่มีกฎหมายนี่เราไม่คิดขโมยนะ แต่ตอนมีกฎหมายแล้วเรารู้ว่ามีกฎหมายแล้ว ตอนนี้เราคิดจะเลี่ยงแล้ว ความคิดมันต่างกันเจตนามันต่าง
พอเจตนาต่าง กรรมมันก็เลยต่าง
…”