ไม่ได้อยู่ที่เราคิดว่าผิดหรือถูก – อ.สุภีร์ ทุมทอง

“…ฉะนั้น ที่ผมบรรยายมาหลายครั้งก็เกี่ยวเนื่องกับเรื่องกองทุกข์หรือว่าก้อนทุกข์ โดยผ่านบุคคลชนิดต่างๆ ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจชัดในแง่เป็นรูปนามเป็นกองทุกข์  แต่ว่าอย่างน้อยก็จะได้ปฏิบัติต่อคนต่างๆได้ถูกต้อง มีแง่คิดหรือจิตใจที่กว้างขวางขึ้น คือทิฐิต่างๆมันก็จะลดลงถ้าเข้าใจ  วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้เรื่องทุกข์อะไรต่างๆนี้ วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้สิ่งต่างๆตามที่มันเป็น เบื้องต้นก็คือเราต้องการละทิฐิก่อน
อาการของทิฐิมันก็จะออกมาเป็น อย่างนี้เท่านั้นจึงอย่างอื่นเปล่า อย่างเราคิดเท่านั้นถูกคนอื่นว่ามันไม่ถูก อย่างนี้เราก็เป็นทำนองนี้ก็เลยกลายเป็นพวกหัวแข็งฟังคนอื่นไม่ได้ บางทีแข็งซะจนไม้หน้าสามตีไม้หน้าสามยังหักเลยบางคนอันนี้ก็หัวแข็งมาก
ฉะนั้นเราก็มาฟังอันโน้นอันนี้ ธรรมดาของบุคคลมันเป็นอย่างนั้นแหละเขาก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างมันเป็นอย่างนั้นแหละ จะได้ไม่ยึดถือตัวเองว่าตัวเองนั้นถูก ถ้ามันถูกมันก็ถูกของมันหรอก ไม่ใช่เพราะว่าเราถือว่ามันถูก ถ้ามันผิดมันก็ผิดของมัน ไม่ใช่เราถือว่าผิดมันจึงผิด ไม่ใช่ว่าเราถือว่ามันถูกมันจึงถูก
ฉะนั้นเรื่องความถือความยึดความเห็นของเรานี่มันต้องทิ้งไป ถ้ามันจะถูกมันก็ถูกของมันนะแหละ ถ้ามันจะเป็นมันก็เป็นของมัน ถ้ามันจะผิดมันก็ผิดของมัน อย่าไปจริงจังอย่าไปคิดว่ามันจะเป็นเหมือนที่ตนคิด
ทีนี้พวกปุถุชนโดยทั่วไปก็ชอบคิดว่ามันจะเหมือนที่ตนคิด มันถูกก็ต่อเมื่อคิดว่าถูกเท่านั้นแหละ แท้ที่จริงสิ่งนั้นมันก็เป็นอย่างนั้น ถ้ามันผิดมันก็ผิดที่มันผิดนะแหละ ถ้ามันถูกมันก็ถูกที่มันถูกนะแหละไม่เกี่ยวกับความเห็นของเรา
อย่างนี้ท่านจึงให้เราฝึกหัดเพื่อที่จะวางความคิดความเห็นที่มันหยาบๆออกไปก่อน จะได้ฝึกสมาธิได้ง่ายจะได้มีปัญญาเห็นตามที่มันเป็น แล้วก็จะค่อยๆถอนทิฐิออกไปได้ เจ้าทิฐินี้มันเป็นตัวร้ายทำให้คุยกันยากอะไรยาก จนกระทั่งเป็นคนดี ดีก็ยังมีทิฐิอยู่อีกว่าต้องดีอย่างนี้เท่านั้น พอเจอคนชั่วก็จะฆ่าคนชั่วทิ้งแล้ว มันก็มีปัญหาอีก
คนถูกก็มีทิฐิอีก ทิฐิมันก็หนักอีก จะเอาแต่ถูก เจอคนผิดก็ไปด่าคนผิด จะถล่มคนผิดให้มันผิดตลอดชาติไปอย่างนั้นมันก็ผิดไปอีก ถูกก็วนเวียนไปเรื่อย ผิดก็วนเวียนไปเรื่อย แท้ที่จริงถูกมันก็ถูกเพราะอันนั้นมันก็ถูกนะแหละ ไม่ใช่ถูกเพราะเราไปยึดว่ามันถูก ส่วนความยึดความเห็นของเราที่เห็นว่าอันนั้นมันถูกมันผิดต้องเอาออกไป ให้เห็นตามซึ่งสิ่งนั้นมันเป็น
อันนี้การศึกษาเรื่องความต่างของบุคคลก็ช่วยเราตั้งแต่เบื้องต้นก็คือ ให้มีใจกว้างขึ้น ให้มองภาพกว้างเป็นว่า อ่อ…คนแบบนี้ก็มีในโลก ไม่ใช่จะมีแต่แบบเรานะ แบบอื่นก็มี แบบที่ไม่คิดมันก็มีเหมือนกัน ที่ไม่คิดว่ามีมันก็มีเป็นเหมือนกันนะที่ไม่คิดว่าถูกมันก็ถูกเป็นเหมือนกันแล้วที่คิดว่าถูกบางทีก็ผิดเป็นเหมือนกันด้วย แล้วแต่มันแล้วแต่ที่มันเป็นนะแหละ
ฉะนั้นความคิดของเราจึงเอามาเป็นที่พึ่งไม่ได้ ต้องเอาศีล สมาธิ ปัญญา จึงจะเอามาเป็นที่พึ่งได้ อย่าเอาเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องเราเป็นโน่นเป็นนี่หรือเขาเป็นนั่นเป็นนี่ อย่างนั้นมาเถียงกันมาว่ากันอย่างนั้นมันก็ไม่ได้อะไร
ต้องฝึกให้จิตมันมีศีล มีสมาธิ มีปัญญานั่นเองจึงจะทำให้ได้ที่พึ่ง การฝึกให้มีศีลสมาธิปัญญาก็เป็นอริยมรรคมีองค์ 8 เพื่อจะได้กำหนดรู้ทุกข์ ละเหตุแห่งทุกข์ และเข้าถึงนิพพานต่อไป…”
. . .
ธรรมบรรยายโดย อ.สุภีร์ ทุมทอง
http://www.youtube.com/watch?v=nIwRQpRfbIg

และดูธรรมบรรยายฉบับเต็มได้ที่นี่ค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=vlF2INiUtsY

สามารถศึกษาเพิ่มเติม ดาวโหลดฟังเสียง mp3 หรือหนังสือ pdf อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง ได้ที่นี่เลยค่ะ
http://www.ajsupee.com/

Advertisements