(ฉบับการ์ตูน) นกกับต้นไม้

(ถ้าภาพไม่ขึ้น ให้โหลดหน้านี้ใหม่อีกทีนึงนะคะ)
หากที่บ้านท่านมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง มีรังนก แล้วก็นกออกจากไข่ นกตัวนั้น ลูกนก จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ เกิดขึ้นมาบนต้นไม้ต้นนั้น
หลังจากนั้นนกก็ค่อยๆโตขึ้นตามลำดับ โตจนกระทั่งถึงวันหนึ่ง นกกับท่านพูดกันรู้เรื่อง (…ไม่รู้โตแบบไหน…)
the-bird-and-the-tree-1
ท่านก็ไปคุยกับลูกนก ถึงต้นไม้ที่มันอยู่ ลูกนกก็คุยๆๆๆ เรื่องต้นไม้ๆๆ เรื่องผลไม้ที่ออกลูกให้ท่านฟังด้วยความชื่นชมยินดี ว่าเป็นมันเป็นของมัน
ท่านก็ เอ๊ะ…? เธอบอกว่าต้นไม้เป็นของเธอหรอ?
“อ้าว ใช่สิ ก็ฉันอยู่ที่นี่ นี่มันเป็นของฉัน เห็นไหมล่ะมันโตขึ้นทุกวันเลยฉันก็โตขึ้นทุกวัน เราโตขึ้นด้วยกัน

เวลาฉันไปหาปุ๋ย หาอะไรมาหยอดๆๆๆที่โคนมันก็แข็งแรงออกลูกเห็นไหม ฉันดีใจมาก ฉันมีความสุขมากเวลามันออกลูก ออกมาเป็นผลไม้

แต่บางช่วงเวลาที่เพลี้ยมีหนอนมากิน ฉันก็เศร้าใจนะ ฉันทุกข์ใจกับต้นไม้ของฉัน ต้นไม้ของฉันจะต้องตายแล้ว เราจะต้องตายด้วยกันอีกแล้ว”

ท่านยืนฟังนกพูดซักพักท่านชักเอะใจ นกเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ ท่านบอกว่า

“ลูกนก อย่าหาว่าเสือกเลยนะ แต่จะบอกความจริงให้ว่าต้นไม้กับลูกนกไม่เกี่ยวกันเลย”

the-bird-and-the-tree-2
นกเคือง พูดกันอยู่หลายตั้ง พูดกันไม่รู้เรื่อง ท่านพยามคิดว่าทำยังไงหว่านกถึงจะรู้ความจริง
ท่านจึงโพล่งขึ้นมาอาศัยด้วยความที่เคยเป็นนักปฏิบัติมาก่อน จึงบอกลูกนกบอกว่า เอาอย่างนี้นกเอ๊ย ด้วยความหวังดีจากนี้ไปนะสังเกตตัวเองแล้วก็สังเกตต้นไม้ไปเรื่อย

ตามดูตามรู้ ไปเรื่อยๆ แล้วซักพักเธอจะเห็นความจริง

จากนั้นท่านก็ผละออกจากบ้านนั้นไปธุระที่อื่น เป็นเวลานานหลายปี

ในเวลาต่อมา… ท่านกลับมาที่บ้านหลังนั้นอีก นั่งชมสวนอยู่ เห็นต้นไม้ แว๊บขึ้นมา เห็นนกเกาะอยู่พอดี ตัวมันโตขึ้นแล้ว จึงเดินเข้าไปหาลูกนก อ้อไม่ใช่ลูกนกแล้วตอนนี้นกตัวโตแล้ว
ด้วยความคิดว่าเที่ยวนี้มันต้องรู้ความจริงแล้ว เพราะมันโตแล้วมันน่าจะมีวุฒิภาวะพอแล้ว แล้วมันก็สังเกตมาเรื่อยๆแล้ว ตามดูตามรู้มาเรื่อยๆแล้ว
the-bird-and-the-tree-4
เป็นไงล่ะนก รู้ความจริงแล้วใช่ไหมว่าต้นไม้กับแกน่ะมันไม่เกี่ยวกันเลย มันเป็นคนละส่วนกัน แกไปยึดเฉยๆว่าต้นไม้เป็นของแก
นกบอก “พูดอะไร? เมื่อหลายปีก่อนก็พูดอย่างนี้ทีนึงแล้ว นี่มาถึงยังพูดอย่างนี้อีก ฉันก็สงเกตมาตลอดนี่แหละแต่ฉันก็…ทำไมหรอ…? ต้นไม้ก็เป็นของฉันอยู่ดีอ่ะ”
the-bird-and-the-tree-5
งานนี้เจ้าของบ้านเอะใจ นกมันดูยังไงเนี่ย ทำไมมันถึงไม่เห็นว่าต้นไม้กับมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน มันไปยึดต้นไม้ขึ้นมาเฉยๆ ทำไมมันถึงไม่เห็น ?
ท่านเริ่มรู้สึกว่า เรื่องง่ายๆกลายเป็นเรื่องยากซะแล้วแฮะ หลังจากนั้นเจ้าของบ้านเริ่มแอบดูนกของตัวเองว่ามันดูต้นไม้ยังไงมันถึงไม่รู้
ไม่ต้องมาก เฝ้าดูแค่วันเดียว อ๋อเลย…

ไอ้นกเอ๊ย… มันดันดูต้นไม้แบบแม่ดูลูกนี่หว่า แล้วมันจะไปรู้ความจริงได้ยังไง

ทำไมหรอแม่ดูลูกเป็นไงหรอ
the-bird-and-the-tree-6
ถ้ามีคนมาบอกคุณบอกว่า

“นี่! ลูกคุณน่ะ ปากเสีย เกเร แกล้งเพื่อน ไม่มีสัมมาคารวะ มูมมาม”

ความจริงท่านปรี๊ดขึ้นตั้งแต่คำแรกแล้ว ไม่รอจนถึงคำที่สี่หรอกดีไม่ดีตุ๊บกลับไปแล้ว ท่านโกรธตั้งแต่เค้าพูดคำแรกแล้ว หลังจากนั้นด้วยความขุ่นเคือง แต่เอาล่ะไหนลองดูสิ มันจริงอย่างที่เค้าว่ารึเปล่าลูกเรา

ลูกท่านก็ด่าเพื่อนที่เล่นด้วย
“อื้ม… เด็กมันก็อย่างนี้แหละ”
…กินอาหารมูมมาม…
“อ้าว… ก็มันหิวอ่ะ”
…ไม่มีสัมมาคารวะ…
“เด็กรุ่นใหม่ก็อย่างนี้ทุกคนแหละ”
“มันเป็นอะไรหรอ ไอ้นั่นก็ใส่ร้ายลูกจนเกินเหตุ”
the-bird-and-the-tree-7
อีกสองวันผ่านมา เพื่อนข้างบ้านเอาลูกมาฝากเพราะเขาจะไปเข้าคอร์สปฏิบัติเจ็ดวัน เลยเอาลูกไปฝากข้างบ้าน
ทะเลาะกัน เด็กสองคนทะเลาะกัน ไอ้นั่นก็ด่าไอ้นี่ ได้นี่ก็ด่าไอ้นั่นตอนกินข้าวก็หกทั้งคู่เลย

“ไม่มีสัมมาคารวะ เจอเราเลี้ยงแทนให้มันยังไม่เคยเคารพไม่เคยยกมือไหว้” ท่านบอก “โหย… แม่มันสอนมายังไงว่ะเนี่ยทำไมเกเรอย่างเนี่ย ด่าเป็นไฟเลย กินอาหารมูมมามชิบเป๋งเลย ที่บ้านสงสัยอยู่กันต่ำมากเลยเนี่ย”

the-bird-and-the-tree-8
เนี่ย ลูกคนอื่นเห็นหมด ลูกตัวเองมองไม่เห็นเลย เพราะมันมี “ความเอนเอียง” ในการดู
วันนี้ท่านปฏิบัติมากี่ปีแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรนะ (..แต่ไม่ได้ว่าไม่รู้จะพูดถามทำไม…) เฝ้าตามดูตามรู้มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมมันไม่โพล่งขึ้นมาซักทีว่านี่มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา

เพราะท่านดูกายกับใจด้วยความเอนเอียง ท่านไม่มีความตรงไปตรงมาในการดู ท่านไม่ดูลูกเหมือนกับให้กรรมการข้างนอกมาดูนี่ ถ้าท่านเอากรรมการข้างนอก ไปจ้างคนนอกมาดูสิ ท่านจะเห็นเลย คนนอกจะบอกได้เลยว่า “เด็กสองคนน่ะ แย่พอกัน”

แต่นี่ท่านบอกว่าลูกท่านโอเค ลูกคนอื่นใช้ไม่ได้ เพราะท่านดูด้วยความเป็นเราเป็นของเรา ดูยังไงมันก็ไม่ขาด ดูยังไงมันก็ไม่แจ้ง ดูให้ตายเถอะ เพราะว่าอะไร (…พูดเสียงดังไปอย่างนั้นแต่
ไม่ได้โกรธนะเดี๋ยวนึกว่าทำไมต้องดุด้วย…)
นี่ ดูตรงนี้นะ เวลาเดินจงกรมเดินอย่างนี้ใช่ไหม
the-bird-and-the-tree-9
เห็นอาการเคลื่อนนะ เห็นอาการเคลื่อนนะ ไม่ใช่เห็นเท้าขวาเท้าซ้ายนะ ไม่ใช่เราดูเท้าเดินนะ

เมื่อจิตตั้งมั่น สิ่งที่จะเห็นมีแค่สองอย่างนะ มีผู้รูั กับ ผู้ถูกรู้

จะเป็นรูป หรือจะเป็นอาการ หรือเป็นพฤติกรรม หรือเป็นพลังงานที่ออกมาก็ได้

เพราะฉะนั้นถ้าเดินจงกรมถูกจริงๆเนี่ย ไม่นานต้องโพล่งขึ้นมาแน่ๆ
ว่านี่เป็นธาตุ ไม่ใช่เรา เพราะมันจะเหลือแค่ผู้รู้ กับผู้ถูกรู้ ไม่มีเรา เพราะตำแหน่งมีอยู่แค่นี้
the-bird-and-the-tree-10
กำลังฟังผมอยู่เนี่ย ทำความรู้สึกที่ก้นครับ อาสนะเป็นยังไงครับ นิ่ม อุ่น ถูกไหมครับ
ก่อนผมพูดมีอาสนะไหม ก่อนผมพูดมีก้นไหม
ก้นมีตอนผมพูดนี้ มันจึงดำริตริตรึกก้นขึ้นมา มันจึงฉายก้นขึ้นมา
ตอนฉายก้นขึ้นมาเนี่ย ตอนนี้สังเกตที่ก้นครับ รู้ลมไหมครับ ?
ไม่รู้
เห็นหรือยังวิญญาณ ปุ๊ปปั๊ปๆ มันดับอย่างนี้ ให้เห็นว่ามีแค่นี้ก่อน เห็นธรรมคู่ก่อน มีผู้รู้กับผู้ถูกรู้ มีแค่นี้ แล้วเดี๋ยวไม่นานล่ะ แล้วก็ภาวนาไป
คล้ายๆทำเล่นๆ อย่าจงใจให้มาก อย่าบีบคั้น อย่าข่มขืนใจ อย่าข่มขืนใจเพราะว่าใจจะไม่เกิดกัมมนีโย คืออาการแคล่วคล่องว่องไวของจิตมันจะเกิดไม่ได้ เพราะท่านทำแบบ…
the-bird-and-the-tree-11
ทำให้เหมือนเค้าเป็นกัลยาณมิตร ทำเหมือนภาวนา ภาวนาแบบเรื่องโคนันทิวิสาล เด็กรุ่นใหม่รู้ไหมเรียนไหม ไม่ได้เรียนนะ? หรือว่าผมเรียนอยู่โรงเรียนเดียว?
โคนันทิวิสาล เป็นวัวที่เจ้านายด่าเอา พูดเอา จิกเอา ตีเอา วัวไม่ยอมเดินทำไงก็ไม่เดิน จนกระทั่งไปถามคนหรือว่าคนเดินผ่านมาอะไรนี่ล่ะ ผมจำไม่ค่อยได้แล้วมันนาน เขาบอกว่าไปพูดกับวัวดีๆสิ วัว… พ่อเจ้าประคุณช่วยเดินเถอะนะอะไรอย่างนี้นะ วัวก็เลยเดิน พูดกันดีๆก็ได้
the-bird-and-the-tree-13
จิตมีธาตุรู้ ตรัสรู้ได้ทีเดียว อย่าทำเหมือนเค้าเป็นเด็กๆ อย่าทำเหมือนเค้าเป็น แบบ… เป็นควาย จริงๆเค้าน่ะไม่ได้เป็นหรอก
ค่อยๆตะล่อมเข้ามา เนื่องจาก มันเป็นธรรมชาติที่เรียนรู้ได้ ฝึกได้
แต่เพราะความไม่รู้ เขาจึงไปยึดถือขันธ์ เขาจึงไปยึดถือตัวเอง เมื่อไปยึดถือขันธ์ จึงก่อให้เกิดเหตุเกิดของขันธ์
จากธรรมบรรยายโดย
อาจารย์ประเสริฐ อุทัยเฉลิม

ฟังไฟล์เสียงคอร์สปฏิบัติธรรมนี้
“คอร์สเข้มขังเดี่ยว – ทุบเปลือก ทำลายเมล็ด”

http://www.youtube.com/watch?v=nH-dlIb7J1M

สมัครเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมได้ที่
http://www.suanyindee.net/