ฟุ้ง รู้ว่าฟุ้ง…ไม่ใช่ไปเจริญตัณหา – พระครูเกษมธรรมทัต

เมื่อเกิดความไม่สบายใจ ถ้าเรากำหนดรู้ความไม่สบายใจ ด้วยการพยายามทำให้หายฟุ้ง บังคับให้หายฟุ้ง ไม่ได้ทำกิจให้ถูก พระพุทธเจ้าให้กำหนดรู้ทุกข์ไม่ใช่ให้ไปทำลาย ฉะนั้นมันฟุ้งก็ให้มันฟุ้ง ถ้าเรากำหนดได้ว่าอะไร ก็เท่ากับเราวางใจไม่ให้เกิดตัณหา ถ้าใจมีความอยากจะหายฟุ้ง ไม่อยากให้ฟุ้ง ต้องการความสบาย ความสงบ ขณะนั้นจะมีการเจริญตัณหาไปด้วย นี่เป็นสิ่งที่เราทำจิตผิด ผลของเราก็จะผิดไปด้วย
เวลาเรากำหนดรู้ว่าฟุ้ง อยากจะหายฟุ้ง ถ้ามันไม่หายฟุ้งอะไรจะเกิดขึ้น มันก็จะเดือด วุ่นวายใจ เดือดมากขึ้น มันเป็นอย่างนั้น หรือเวลาคิด ใจมันนึกคิดขึ้นมา ใจมันก็เป็นนามธรรม เป็นองค์ธรรมของทุกข์ เมื่อความทุกข์เกิดขึ้น คือความคิดเกิดขึ้นก็กำหนดรู้ กำหนดรู้อย่างไรถึงจะถูกต้อง ถ้าเรากำหนดรู้ความคิด ด้วยการบังคับให้หยุดคิด เท่ากับเราเจริญตัณหา ตัวอย่างเช่น อยากให้หายคิด อยากให้สงบ ฉะนั้นมันก็เลยทำกิจไม่ถูก เมื่อไปอยากจะให้มันหยุดคิด มันไม่หยุดคิดเกิดอะไรขึ้น มันก็ยิ่งเดือดดาลในใจ วุ่นวายใจ
ฉะนั้นถ้าเราทำกิจให้ถูก ความคิดเกิดขึ้นก็กำหนดความคิด สักแต่ว่าคิด ไม่ได้ไปบังคับ จะคิดก็คิดไป เมื่อกำหนดรู้คิดสักแต่ว่าคิด ก็เท่ากับระวังตัณหาไม่ให้เกิดขึ้น เท่ากับละตัณหาไปในตัว อันนี้ผู้ปฏิบัติต้องระมัดระวัง
พระครูเกษมธรรมทัต (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)
วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยูยา

เนื้อหาตัดทอนมาจากพระธรรมเทศนาเรื่อง “ศิลปะแห่งการดับทุกข์”
ระหว่างหน้าที่ ๒๒-๒๔

Advertisements