สุเมธดาบส – พระสมณโคดมสัมพุทธเจ้า

“…รวมแล้วพระสมณโคดมสัมพุทธเจ้าต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีนาน ๒๐ อสงไขย แสนกัปป์ ในชาติที่พระองค์ทรงได้รับพยากรณ์จากพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ได้เกิดเป็นฤาษีชื่อ “สุเมธดาบส” ในครั้งนั้นท่านเกิดในตระกูลของเศรษฐีพราหมณ์ ได้รับมรดกจากครอบครัวของบิดาและมารดาที่ตกทอดมานานถึง ๗ ชั่วอายุคน มากมายมหาศาล ท่านคิดว่าสมบัติเหล่านี้ซึ่งเคยเป็นของบรรดาญาติทั้งหลาย ๗ ชั่วอายุคน ซึ่งสะสมไว้มากมายนัก แต่ท่านเหล่านั้นก็หาได้นำติดตัวไปได้เลย ต่างล้มหายตายจากแล้วทิ้งสมบัติเหล่านี้ไว้จนกระทั่งตกทอดมาถึงเรา จึงเกิดปลงสังเวช เลยกราบทูลพระราชาให้ทรงประกาศเรียกคนยากคนจนมารับทรัพย์สมบัติของท่านไป ท่านได้ขนทรัพย์สมบัติออกแจกจ่ายเป็นทานหมดเลย แล้วก็ออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญตบะอยู่ในป่าภายใน ๗ วัน ท่านก็ได้บรรลุฌานสมบัติ ๘ เกิดอภิญญาต่าง ๆ

ในสมัยนั้น ท่านเพียงแต่เจริญสมถะ แล้วก็ได้รับอภิญญาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เท่านั้น ไม่รู้วิธีการเจริญวิปัสสนา ได้แต่เพ่งให้จิตแน่วแน่จนได้ฌานสูงสุดคือ อรูปฌาน มีฤทธิ์เหาะได้ และฤทธิ์อื่น ๆ

วันหนึ่งท่านเหาะมาทางอากาศ เห็นคนกำลังถากทางกันมากมาย สุเมธดาบสจึงได้เหาะลงไปถามว่าท่านทั้งหลายกำลังทำอะไร คนเหล่านั้นตอบว่ากำลังถางทางเพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าพระทีปังกรกำลังเสด็จมาใกล้จะถึงแล้ว พอได้ยินว่าพระพุทธเจ้าจะเสด็จมาก็เกิดศรัทธาขอร่วมถากถางทางด้วย

ในขณะที่สุเมธดาบสกำลังกุลีกุจอถากถางทางอยู่แต่ยังไม่เสร็จดี พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก ๑ แสนรูปเดินทางมาถึง สุเมธดาบสเห็นว่าหนทางยังปรับแต่งไม่เสร็จยังคงชื้นแฉะเป็นโคลนเลนอยู่ จึงนอนราบลงบนพื้นที่บริเวณที่ชื้นแฉะนั้น ท่านเอาแผ่นหลังของท่านต่างสะพาน หวังที่จะให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกเสด็จไปบนร่างกายของตนเอง นี่เป็นการสร้างบารมีของท่าน แล้วในใจก็ตั้งความปรารถนาหวังที่จะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ท่านสุเมธดาบสได้เห็นพุทธลีลาของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความชื่นชมเลื่อมใสยิ่งนัก เมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาถึงและได้ทอดพระเนตรเห็นสุเมธดาบสนอนราบอยู่เช่นนั้น พระพุทธเจ้าทีปังกรทรงทราบถึงความปรารถนาของสุเมธดาบส จึงทรงตรัสพยากรณ์แก่พระสงฆ์สาวกของพระองค์ว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูดาบสผู้มีตบะรุ่งเรืองนี้ ในกัปอันหาประมาณมิได้ระหว่างภัทรกัป (กัปที่มีพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์) ดาบสผู้นี้จะสำเร็จสมความปรารถนาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า “โคดม” ดาบสผู้นี้จะกำเนิดเป็นโอรสของกษัตริย์ พระบิดานามว่า พระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดานามว่า พระนางสิริมหามายา แล้วจะสละราชสมบัติออกบวช ได้บรรลุพระสัมโพธิญาณใต้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์(ต้นอัสสัตถะ) จะมีอัครสาวกเบื้องขวาและซ้ายชื่อว่า พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลาน์ มี พระอานนท์ เป็นพุทธอุปัฏฐาก มี พระเขมาเถรี และ พระอุบลวรรณาเถรี เป็นอัครสาวิกา จิตตคหบดีและหัตถกอาฬวกะ จักเป็นอัครอุบาสก นางอุตตราและนางขุชชุตตรา จักเป็นอัครอุบาสิกา”

เมื่อสุเมธดาบสได้ยินเช่นนั้นก็มีความปลื้มปิติใจที่ความปรารถนาของตนเองจะสำเร็จผลในอนาคต จากนั้นสุเมธดาบสได้นำดอกไม้ ๘ กำพร้อมของหอมมาบูชาพระทีปังกรโดยกระทำประทักษิณ

ในเวลาต่อมาสุเมธดาบสได้ใคร่ครวญถึงการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ต้องบำเพ็ญคือ “ทศบารมี” หรือบารมี ๑๐ ประการ…”

เนื้อหาข้อความตัดทอนมาจากหนังสือ “บนวิถีแห่งธรรม”
เรื่อง “บารมี ๑๐ ทัศ วิถีโพธิสัตว์”

โดยพระครูเกษมธรรมทัต (พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี)
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อ่านออนไลน์บทความฉบับเต็ม ได้ที่นี่คะ
https://dhammaway.wordpress.com/2012/03/05/bodhisattva/
(เป็นหนังสือที่มีจำหน่ายอยู่ที่เว็บไซต์ซีเอ็ดด้วยนะคะ ที่นี่คะ
http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?No=9786167149042)