ปฏิบัติแล้วง่วงนอน – พระครูเกษมธรรมทัต (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)

“…ไม่ว่าจะเกิดความง่วงเหงาหาวนอน
หรือความท้อถอยก็ตาม
ก็กำหนดรู้สภาพที่กำลังปรากฏ
เวลาเกิดความง่วง
เกิดความท้อถอยมีอาการอย่างไร
ที่ท้อถอย ทางกายรู้สึกอย่างไร
ที่มีอาการง่วง มีทุกข์ไหม


เวลาง่วงจะเกิดความทุกข์
ทุกขเวทนาเกิดขึ้นในสมอง

จะมีความล้า ความมึน ความซึม จิตใจท้อถอย
สติสัมปชัญญะก็เข้าไปรู้เข้าไปพิจารณา
สังเกตลักษณะเหล่านั้นด้วยความวางเฉย
ดูไป ดูไปเขาก็จะแสดงอาการคลี่คลายให้ดูหรือสลายตัวให้ดู
แล้วเกิดเป็นความโปร่ง ความโล่ง ความตื่นตัวขึ้นมาแทนที่


นั่นคือวิธีการของวิปัสสนา
โดยไม่ต้องหาอุบายหรือหาเรื่องอะไร
มาคิดมานึกสอนใจอะไรทั้งหมด
ใช้การระลึกรู้ อะไรเกิดขึ้นก็รู้อันนั้น

ไม่ต้องคิดอะไรทั้งหมด
ราคะเกิดขึ้นก็ดูราคะ
โทสะเกิดขึ้นก็ดูโทสะ
ง่วงเกิดขึ้นก็รู้ง่วง
ไม่ต้องคิดอะไร


เวลาง่วงจิตมันเคลิ้ม ๆ
คล้ายจะหมดความรู้สึกไป
เพราะว่าหลับ
ดูความหลับดูความตื่น
ก็จะจับมันได้หยก ๆ
มองเห็นความหลับไปหยก ๆ
สติก็จะคว้าความหลับมาสังเกตได้ทันนิดหนึ่ง
ให้ได้เห็นความต่างกันระหว่าง
ความหมดความรู้สึกและการมีความรู้สึก
ถ้าดูอย่างนี้บ่อย ๆ
ก็จะไม่เป็นผู้ที่นั่งสัปหงก
จะเป็นผู้ที่มีจิตใจตื่น รู้ตัวพร้อมเสมอ
การรู้ทันก็จะเห็นความง่วงหมดไปเองในที่สุด…”

เนื้อหาข้อความ ตัดทอนจากพระธรรมเทศนาเรื่อง
“วิถีสู่ความดับทุกข์” โดยพระครูเกษมธรรมทัต (พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรํสี)

ซึ่งอยู่ในครึ่งหลังของหนังสือเรื่อง “ชีวิตนี้เพื่อสิ่งใด” (หน้า ๓๐-๖๙)

อ่านแบบออนไลน์ได้ที่นี่
https://dhammaway.wordpress.com/2012/01/24/way-of-no-sadness/

หรือดาวโหลด pdf ได้ที่นี่
http://www.kanlayanatam.com/Mybookneanam/cheevitnee.pdf

Advertisements