อันตรายของการขวางทางบุญผู้อื่น – ดังตฤณ

ถาม – เป็นคนที่ชอบตระเวนทำบุญกับวัดต่างๆ แต่โดนคนอื่นทักอยู่เรื่อย ว่าถ้าทำบุญกับวัดทั่วไปจะได้บุญน้อย หรือกับบางวัดอาจไม่ได้บุญเลย แม้เราจะโต้ว่าบุญเป็นเรื่องของใจ ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ แต่ดูใจตัวเองก็ทราบว่าเสียกำลังใจไปไม่น้อยเหมือนกัน อย่างนี้จะเป็นเหตุให้กำลังบุญลดลงหรือเปล่าคะ?
กำลังใจลดลง ความปีติในการประกอบบุญก็ย่อมลดลงตามส่วนครับ ไม่แช่มชื่นเหมือนตอนกำลังใจยังเต็มๆไปได้หรอก
บุญที่ทำจะมีกำลังแรงจริงก็เมื่อ

๑) ขณะก่อนทำมีจิตเลื่อมใส คือนึกอยากทำด้วยตนเอง ไม่มีความขัดขืนฝืนใจ มีแต่ความแน่วแน่ว่าจะทำให้ได้

๒) ขณะกำลังทำมีความยินดี คือมีใจที่ปราศจากความโลภและความหงุดหงิดขัดเคืองใดๆ เรียกว่าถวายทานด้วยรอยยิ้มจากใจ ใจยิ้มแค่ไหนปากยิ้มแค่นั้น ไม่ใช่ฝืนแสร้งแกล้งปั้นยิ้มด้วยปากทั้งมีใจแห้ง (ถ้าใครถวายทานด้วยสีหน้าบึ้งตึงเคร่งเครียดเป็นประจำ ก็คาดหวังได้เลยว่าเกิดชาติต่อๆไปเป็นพวกที่มีใบหน้าหงิกงอ ท่าทางบอกบุญไม่รับ หมดสิทธิ์ทำอาชีพประชาสัมพันธ์เด็ดขาด)

๓) หลังทำแล้วมีความปรีดา คือเบิกบานสบาย นึกถึงเมื่อใดปลื้มใจเมื่อนั้น ว่าเราได้ประกอบบุญแล้ว สร้างที่พึ่งอันน่าอบอุ่นใจให้ตนเองแล้ว

ด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยมทั้งสามกาลข้างต้น ก็เที่ยงที่บุญจะบันดาลสุขทั้งปัจจุบันและอนาคต ปัญหาของคุณคือโดนบั่นทอนกำลังใจ ซึ่งหมายถึงหลังทำจะขาดความปรีดาปราโมทย์ไป

โดยคร่าวนะครับ จะยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัด เมื่อบุญที่คุณทำเผล็ดผล คุณอาจได้บ้านหลังหนึ่งเป็นรางวัล บ้านหลังนั้นอาจสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แถมอยู่ในสภาพแวดล้อมอันวิจิตรชวนชื่นตาชื่นใจ แต่คุณอยู่แล้วกลับไม่ปลื้มเอาเฉยๆ มีเหตุให้รู้สึกขัดอกขัดใจเล็กๆน้อยๆ ส่วนลึกเหมือนไม่เต็มที่กับรางวัลใหญ่ที่ได้มา

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมเกิดจากจิต ไม่ใช่วัตถุ จิตและเจตนาเป็นอย่างไร กรรมก็เป็นอย่างนั้น กรรมเป็นอย่างไร ชีวิตและความรู้สึกก็เป็นไปตามนั้น คุณจึงควรรักษาจิตเพื่อประกอบบุญให้ดี อย่าหวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ คนที่ชอบทักให้คนอื่นเสียกำลังใจในการบุญนั้น ทั้งปัจจุบันและอนาคตจะเป็นผู้ไม่มีกำลังใจในการบุญ โดนบั่นทอนกำลังใจเช่นกัน
พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าใครกล่าวว่าพระสมณโคดมตรัสแนะให้ให้ทานแก่พระองค์เพียงคนเดียว ไม่ควรให้แก่ใครอื่น และพึงให้ทานแก่สาวกของพระองค์ ไม่ควรให้ทานแก่สาวกของคนอื่นๆ อย่างนี้ผู้นั้นได้ชื่อว่าไม่พูดตามที่พระองค์ตรัส ทั้งกล่าวตู่พระองค์ด้วยคำอันไม่ดี ไม่เป็นจริง

ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ยังตรัสเสริมอีกว่าถ้าใครห้ามผู้อื่นซึ่งให้ทานอยู่ ผู้นั้นได้ชื่อว่าย่อมทำอันตรายแก่วัตถุ ๓ อย่าง เป็นโจรดักปล้นวัตถุ ๓ อย่าง หมายความว่า

๑) เขาทำอันตรายแก่บุญของผู้ให้

๒) เขาทำอันตรายแก่ลาภของผู้รับ

๓) เขาย่อมทำลายตนเองด้วยบาปที่ตนก่อแล้ว

ฉะนั้นหากเมตตาเขาก็อย่าช่วยให้เขาทำกรรมสำเร็จ
ด้วยวิธีง่ายๆคืออย่าใจเสียตามคำเขาก็แล้วกันครับ
จากหนังสือ “เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว” ของผู้เขียน ดังตฤณ
“ดังตฤณ” เป็นนามปากกาของนักเขียนธรรมะชื่อดังท่านนึง ชื่อจริงๆท่านคือ ศรันย์ ไมตรีเวช
https://dhammaway.wordpress.com/2011/10/22/to-know-dungtrin/
Advertisements