คลังภาพ

แท้ที่จริงของความรู้สึกต่างๆ – ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ

“เมื่อพิจารณาดูในด้านใน จะเห็นว่า ความรู้สึกที่ว่างาม
นั้นต้องประกอบไปด้วยสีสันชนิดที่ ตรงกันกับความหลง
ที่ได้พอกไว้มากๆ แล้วนั่นเอง ถ้าไม่ตรงกับความหลง
ที่พอกไว้ในสันดานถึงจะให้เป็นอย่างไรมา
ก็จะเห็นว่างามไปไม่ได้. เสียงเพราะก็เหมือนกัน.

สีต่างๆ ที่ปรากฏแก่ตามนุษย์นั้น ที่แท้
เป็นเพียงวัตถุที่กระท้อนแสงสว่าง
โดยคลื่นแสงขนาดต่างๆ กัน
เป็นมายาไร้ความจริงดังกล่าวมาแล้วข้างต้น.
แต่ถ้าสิ่งที่เป็นมายาเหล่านั้น
ถูกจัดสรรให้ตรงกันกับความหลง
ที่มนุษย์พอกไว้ในสันดาน ว่างาม ว่าสวยแล้ว
ความรู้สึกว่างามก็ครอบงำจิตในทันที.
ทั้งนี้ เพราะมนุษย์มิได้มองดูสีเหล่านั้น
ด้วยสายตาที่จะเสาะหาความจริง
โดยแยกออกเป็นสัดส่วน; ตรงกันข้าม
กลับมองไม่เห็นในด้านที่เป็นความจริง,
แต่มองเห็นในด้านที่เท็จ
คือความยึดถือที่สมมติหรือบัญญัติสิ่งนั้นๆ
ทั้งในส่วนย่อยคือเป็นสีๆ ไป
และในส่วนรวมคือความสัมพันธ์กันทุกสี
ในสิ่งที่มีสีกลมกลืนกันหลายสี
ว่างามไปทั้งหมด หรือไม่งามไปทั้งหมด
แล้วแต่ความยึดถือของตน.

ดนตรีอันไพเราะ ก็คือการประสานของเสียง
ที่มีขนาดแห่งความถี่ (frequency) ต่างๆ กัน
เป็นเสียง แต่ละเสียงก็ถูกสมมติว่าไพเราะอยู่แล้ว
ยิ่งเมื่อได้จัดให้ประสานกันตามวิธีที่สมมติว่าไพเราะ
ก็ยิ่งรู้สึกไพเราะขึ้นอีกเท่ามาตรฐานแห่งการสมมติ.
ความรู้สึกร่าเริงความเศร้าโศก อันเกิดขึ้นในใจ
เนื่องจากได้ยินการประสานของเสียงเหล่านั้น
แท้ที่จริง นั้นแหละคือผลของความหลงยึดถือ,
เพราะเราไม่อาจบรรเลงเพลงโศกให้สุนัขฟัง
และให้มันพลอยโศกไปตามได้ด้วย.
แต่มนุษย์ได้รับผลอันนี้สมหมาย
ทั้งนี้ เป็นเพราะมนุษย์ได้ใช้อวิชชา
หรือความหลงของตนเสกสรรสิ่งที่ตนเรียกกันว่า
การศึกษาหรือศิลปะอันนี้ขึ้น
แต่แล้วความฉลาดมีไม่พอ ที่จะทำให้
เมื่อเสกสรรขึ้นแล้ว อย่าหลงยึดถือ.

มนุษย์หลงเขียนรูปเสือขึ้นกลัวเอง.
หลงเขียนรูปของรักขึ้นรักเอง
หลงเขียนรูปเกลียดขึ้นเกลียดเอง.
ทั้งที่ตนทำขึ้นมาเองก็ไม่สามารถที่จะรู้ว่า
มันหาใช่สิ่งที่น่ากลัว น่ารัก หรือน่าเกลียดอะไรไม่;
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะถูกอวิชชาครอบงำอยู่ตลอดเวลา.

เนื้อหาข้อความ จากหนังสือที่ได้รับคำพยากรณ์ว่า “จะไม่ตาย”

“วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม” (ที่หน้า 104-105)
ของท่าน พุทธทาส อินทปัญโญ
Advertisements